มาตามนัด หลัง “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีที่ไม่มี สส.ฝ่ายค้าน ร่วมลงชื่อเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) ให้ตรวจสอบจริยธรรม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จากกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่า การยื่นศาล รธน. เพราะเชื่อว่า ขั้นตอนจะรวดเร็วกว่าช่องทางอื่น แต่เมื่อไม่มีใครลงชื่อ ตนก็เดินคนเดียว สู้คนเดียวได้ และจะเดินทางไป จ.บุรีรัมย์ แจ้งความดำเนินคดีกับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และครอบครัว กรณีที่ดินเขากระโดง

จากนั้นวันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อม นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางไปบริเวณหน้าบ้านพักของนายเนวิน ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ตามนัดหมายเวลา 10.00 น. แต่ไม่พบ นายเนวิน มี รปภ.เข้ามาแจ้งว่า นายเนวิน ไม่อยู่บ้าน โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ที่ต้องการมาพบ นายเนวิน ในครั้งนี้ก็เพื่ออยากจะจับเข่าคุยกับ นายเนวิน ว่า จะคืนที่ดินของหลวงให้หรือไม่ แต่เมื่อไม่พบก็ไม่เป็นไร เพียงแค่มาแสดงสัญลักษณ์ว่า ได้มาหาจริงตามที่โพสต์เอาไว้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวด้วยว่า ที่ดินทั้งหมด 5,083 ไร่ ศาลตัดสินแล้วว่าเป็นของการรถไฟตั้งแต่ปี 2561-2563 แต่กลับไม่มีผู้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีการเพิกเฉยเตะถ่วงมาโดยตลอด ในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็อยากจะเดินหน้าเรื่องนี้ให้จบ จึงเริ่มดำเนินการโครงการปราบอิทธิพล จะเข้าไปแจ้งความเอาผิดกับ นายเนวิน และญาติ ที่เกี่ยวข้องในการถือครองที่ดินของการรถไฟทั้งหมด รวมถึงนายอนุทิน ที่เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย แต่กลับอ้างว่าไม่รู้เรื่อง ทั้งที่ควบตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ด้วย

จะอ้างไม่รู้กฎหมายไม่ได้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการต่อ ก็จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะให้ ทนายอั๋น ติดตามคดี หากไม่คืบก็จะดำเนินการต่อไป งานนี้มีติดคุกไม่เว้นนายกฯ เมื่อถามว่า การแจ้งความดังกล่าวจะแจ้งเฉพาะกลุ่มของนายเนวิน หรือจะกล่าวหาทุกคน 995 รายที่อยู่บนที่ดินปัญหานี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คนอื่นเขาจะรู้เรื่องได้อย่างไร ถ้านายเนวิน ออกจากที่ดินรถไฟเรื่องก็จบ การดำเนินการในครั้งนี้ของตนไม่มีอดีต หรือแค้นฝังหุ่นใดๆ ทั้งสิ้น

จากนี้ไปต้องรอดูกระบวนการตรวจสอบ โดยเฉพาะ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” คงเกาะติดไม่ปล่อยเรื่องเขากระโดง แม้ไม่มี สส.พรรคฝ่ายค้านร่วมลงชื่อยื่นศาล รธน. ให้ตรวจสอบจริยธรรม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ “นายไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี ก็ตาม แต่ที่ได้เห็น คือ ภาพการเอาจริงเอาจังในการตรวจสอบ ไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว

ส่วนอีกประเด็นร้อนที่ยังต้องตามต่อ คือการเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน ที่จะเดินหน้าไล่ตรวจสอบข้อความปริศนา “ช่วยน้ำเงินด้วย” โดย “นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ข้อความปริศนา “ช่วยน้ำเงินด้วย” พิสูจน์ได้ ถ้าทำจริง นี่คือมหันตภัยของ #ระบอบสีน้ำเงิน กรณีที่ “นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร” อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยแชตปริศนา โดยอ้างว่าผู้บังคับบัญชาส่งข้อความมาว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” หลังจากที่รายงานข้อมูลสถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ การเปิดเผยดังกล่าว ทำให้ประชาชนตกใจอย่างมาก ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง นี่คือ การใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการโดยมิชอบ และเป็นการสั่งการให้ข้าราชการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้ง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงมหันตภัยร้ายของระบอบสีน้ำเงินที่กำลังบ่อนทำลายหลักความเป็นกลางของระบบราชการ และกัดกินระบบนิติรัฐอย่างร้ายแรง

เบื้องต้น “นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง ได้ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าว และไม่ทราบเรื่องในประเด็นนี้ การที่จะพิสูจน์ว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จนั้นไม่ยากเลย เพราะสามารถตรวจสอบแชตย้อนหลังได้อยู่แล้ว และแม้ว่าจะมีการลบแชตไปแล้ว ก็ยังสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพราะบัญชีไลน์ และเบอร์โทรศัพท์ของคู่สนทนาทั้งสองฝ่าย นั้นเชื่อมต่อกันอยู่แล้ว

บัญชีผู้ใช้งาน Line ในการใช้งานแต่ละครั้ง จะสามารถ Login บนโทรศัพท์ Tablet และคอมพิวเตอร์ ได้ประเภทละเครื่องเท่านั้นครับ เป็นไปได้ยากมากนะครับ ที่คนระดับอธิบดี จะปล่อยให้ใครก็ไม่รู้ เอาบัญชีผู้ใช้งาน Line ของตัวเอง ไป Login ใช้งาน โดยที่ตนไม่รู้ อย่างไรก็ตาม หากแชตปริศนานี้เป็นเรื่องจริง ก็คงจำเป็นต้องมีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้เข้ามาสืบสวนสอบสวน และพิจารณาชี้มูลความผิดตามสมควรต่อไป ว่าแต่ประชาชนจะมั่นใจได้ว่าอย่างไรว่าองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. จะยังคงอิสระจากระบอบสีน้ำเงิน

ก่อนหน้านั้น “กระทรวงมหาดไทย” เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อมูลรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดภูเก็ต ทั้ง 3 เขต ที่ปรากฏในภาพแชตไลน์หลุดดังกล่าว เปรียบเทียบกับประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบว่ามีข้อมูลคลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับประกาศจริงหลายจุด กรณีมีการระบุชื่อบุคคลที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งจริง บางรายยังดำรงตำแหน่งราชการ หรือเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อยู่ในปัจจุบัน จากความคลาดเคลื่อนจำนวนมากในเอกสารที่ปรากฏในแชตไลน์หลุดดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสังเกตตามมาว่า ข้อมูลดังกล่าวที่ออกมาเพื่อดิสเครดิตและเบี่ยงประเด็น ภายหลังกรมการปกครอง เสนอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินข้าราชการหลายรายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเชื่อมโยงถึงกลุ่มเป้าหมายหลายราย หลังผู้ประกอบการสถานบันเทิงในหาดป่าตองเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการผู้มีอิทธิพล เครือข่ายธุรกิจสีเทา ที่เก็บส่วย และบุกรุกพื้นที่สาธารณะ

ด้าน “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้เห็น นายนฤชา ออกแถลงการณ์ อย่างไรก็ตามจะต้องตั้งกรรมการสอบสวน หาข้อเท็จจริง แต่ยืนยันไม่ได้ช่วย และไม่เคยช่วยใคร

ยังต้องตามหาข้อเท็จจริงกันต่อไป ยิ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผลประโยชน์ทางการเมือง การใช้รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดีย เข้ามาตรวจสอบข้อความดังกล่าวส่งมาจากไลน์ใคร คำตอบที่ได้จะเป็นบทสรุป และตอบข้อข้องใจของสังคม.

“ทีมข่าวการเมือง”