สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า ราคาเฉลี่ยของสุกร 3 สายพันธุ์หลักในจีนดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี โดยลดลงไปอยู่ที่ 8.77 หยวน (ราว 43.06 บาท) ต่อ 1 กิโลกรัมในช่วงกลางเดือน เม.ย. แม้ต่อมาราคาจะขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 9.60 หยวนต่อกิโลกรัม (ราว 47.14 บาท) แต่ราคานี้ยังคงลดลงถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี และลดลง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน


หน่วยงานกำกับดูแลของจีน ซึ่งนำโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (เอ็นดีอาร์ซี) ได้เรียกประชุมผู้แทนจากมณฑลผู้ผลิตสุกรรายใหญ่และผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกรชั้นนำ เพื่อเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการ “เดินหน้าลดกำลังการผลิตสุกรมีชีวิต” เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์และอุปทาน และช่วยพยุงให้ราคากลับมาฟื้นตัว


สำหรับมาตรการที่รัฐขอความร่วมมือจากฟาร์มขนาดใหญ่ รวมถึงการให้เป็นผู้นำในการลดกำลังการผลิตสุกรและแม่พันธุ์ลง การควบคุมและจำกัดการขุนสุกรรอบสองอย่างเข้มงวด การคัดแยกหรือกำจัดลูกสุกรที่อ่อนแอ การลดน้ำหนักของสุกรที่จะส่งออกสู่ตลาด


ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า อุตสาหกรรมนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาล หรือช่วงที่ความต้องการบริโภคเนื้อหมูต่ำตามธรรมชาติ ประกอบกับแรงส่งระยะสั้นจากเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างได้หมดลงแล้ว จึงคาดว่าราคาเนื้อหมูในจีนจะยังคงอยู่ในภาวะ “ซบเซาและผันผวน” ต่อไปในช่วงเดือน ก.ค. และ ส.ค. โดยตลาดยังคงติดอยู่ในกับดักภาวะ “อุปทานล้นตลาดแต่ความต้องการซื้ออ่อนแอ” ซึ่งส่งผลให้ผู้เลี้ยงหมูต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนักในปัจจุบัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES