การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในโซเชียลมีเดีย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ กับประตูของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ตัวรุกของ ลิเวอร์พูล ที่ยิงใส่ ฟูแลม ขึ้นนำเป็น 2-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนจบเกมด้วยสกอร์ 2-2 ซึ่งเหตุผลที่ลูกยิงของ เวียร์ตซ์ ไม่ล้ำหน้าทั้งที่ดูเหมือนล้ำ เป็นเพราะ “กฎ 5 เซนติเมตร” ที่ทาง “สมาคมผู้ตัดสินของอังกฤษ” (PGMOL) และทุกทีมในพรีเมียร์ลีก ตกลงกันเอาไว้

โดย กฎ 5 เซนติเมตรนี้ ไม่ได้ถูกระบุไว้ใน กฎกติกาฟุตบอล หรือ Laws of the Game ของ IFAB ที่ทั่วโลกใช้กัน แต่ว่ากันว่านี่เป็นกฎที่ทีมภายในลีกอังกฤษรู้กันเป็นอย่างดี รวมถึงสมาคมผู้ตัดสินของอังกฤษด้วย ต้องบอกก่อนว่า ในขณะที่ พรีเมียร์ลีก อนุญาตให้ตัวรุกสามารถเหลื่อมกับแนวรับตัวสุดท้ายที่ยืนเช็กหน้าได้ 5 เซนติเมตร
แต่ในลีกอื่นๆ หรือแม้แต่ศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก (ยูฟ่า) และศึกฟุตบอลโลก (ฟีฟ่า) ที่ใช้เทคโนโลยีระบบจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automated Offside) จะใช้กันเป็นหลักมิลลิเมตร ทำให้เหลื่อมออกมาได้น้อยกว่า เหตุผลก็เพราะ พรีเมียร์ลีก ต้องการให้ผลประโยชน์จากความก้ำกึ่งนี้ แก่ผู้เล่นแนวรุก และที่สำคัญกฎนี้มีมาตั้งแต่ฤดูกาล 2021/2022 แล้ว

ในกรณีของ เวียร์ตซ์ หากลองมองด้วยตาเปล่า แฟนบอลทุกคนคงเห็นแบบเดียวกันว่า ยังไงลูกนี้ปลายรองเท้าของ เวียร์ตซ์ ได้ล้ำหน้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสิน วีเออาร์ ไม่ได้มองแบบนั้น เพราะกฎ 5 เซนติเมตร ที่ใช้หลักการว่า ต่อให้ตัวรุกดูเหลื่อมล้ำออกมาจริงๆ แต่ไม่เกิน 5 เซนติเมตร ถือว่า “ไม่ล้ำหน้า”
อย่างที่เราเห็นภาพจาก Semi-Automated Offside (ระบบจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ) ทั้งตัวและปลายเท้าของ เวียร์ตซ์ ยังอยู่ในไลน์ เพราะหากทำให้ภาพ เวียร์ตซ์ เหลื่อมออกมา ก็อาจจะแปลกประหลาดว่าในภาพแอนิเมชันเหลื่อมล้ำออกมาจากเส้น แต่ วีเออาร์ กลับขึ้นว่า ไม่ล้ำหน้า (Onside) และเพื่อป้องกันการดราม่าของแฟนบอลด้วย

ทั้งนี้ พรีเมียร์ลีก พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในฤดูกาล 2020/2021 ที่ วีเออาร์ ยังตัดสินล้ำหน้าด้วยการตีเส้นจากมือและตาของทีมงานกรรมการที่อยู่ในห้องวีเออาร์ โดยในตอนนั้นแฟนบอลแซวกันว่า แม้แต่ปลายเล็บเท้าก็ยังล้ำ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นกฎใหม่นี้
สรุป: ประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ “ไม่ล้ำหน้า” ตาม “กฎเหลื่อม 5 เซนติเมตร” ที่พรีเมียร์ลีก ยังเก็บไว้ใช้งานเพื่อแก้ปัญหา “ล้ำแบบนิดเดียว” (ทั้งปลายเล็บหรือเส้นขน) ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาได้ หากไม่มีกฎนี้ เพราะจะมีแต่ข้อถกเถียง ซึ่งเป็นกฎที่ไม่ได้ระบุให้คนทั่วไปรู้ แต่ 20 ทีมในพรีเมียร์ลีก ต่างเข้าใจและเห็นสมควรให้กฎนี้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
ภาพ Gettyimages



