สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐ ( ดีอีเอ ) พร้อมหน่วยคอมมานโดในเครื่องแบบ นำตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ จากศูนย์กักกันในเขตแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก มายังศาลรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์ก เพื่อขึ้นศาลเป็นครั้งแรก ในคดีที่ทั้งคู่เป็นจำเลย ฐานก่อการร้ายและค้ายาเสพติด


การปรากฏตัวต่อศาลในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของมาดูโรและภริยา ในการแสดงตนต่อสาธารณชน นับตั้งแต่ถูกหน่วยรบพิเศษของสหรัฐจู่โจมจับกุม ถึงในกรุงการากัส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐนำตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา เดินทางมายังศาลในเขตแมนฮัตตัน ของนครนิวยอร์ก


ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยืนกรานว่า รัฐบาลวอชิงตัน “เป็นผู้ควบคุม” เวเนซุเอลาแล้ว อย่างไรก็ตาม นายมาร์โก รูบิโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า “ยังเร็วเกินไป” ที่จะพูดถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเวเนซุเอลา


เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามว่า สหรัฐต้องการอะไรจากนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ทรัมป์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “สหรัฐต้องการการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเต็มรูปแบบ” ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือทรัพยากรใดก็ตาม เพื่อให้สหรัฐสามารถ “เข้าไปฟื้นฟู” เวเนซุเอลาได้


ทั้งนี้ เวเนซุเอลาเป็นประเทศซึ่งมีมีปริมาณน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก ซึ่งการมีน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเข้าสู่ตลาดมากขึ้น อาจทำให้เกิดความกังวลเรื่องอุปทานล้นตลาด และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์มองว่า การจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย รวดเร็ว หรือจะมีราคาถูก.

เครดิตภาพ : REUTERS