เป็นไม้ยืนต้นที่มีพุ่มขนาดเล็ก ขึ้นเป็นกอ ลำต้น มีลักษณะทรงกลมเป็นข้อสั้นๆ โคนลำต้นจะแตกรากแขนงออกเป็นรากค้ำจุน เป็นพืชไม่มีดอก ใบเดี่ยว เรียวยาว ปลายใบแหลมขนาด: ยาวประมาณ 40-80  ซม. และกว้างประมาณ 3-5 ซม.  แผ่นใบเรียบเป็นมัน สีเขียวสด ขอบใบเรียบเส้นกลางใบ: เว้าลึกเป็นแอ่ง ท้องใบคล้ายกระดูกงูเรือกลิ่น: มีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว (คล้ายข้าวหอมมะลิ) เมื่อขยี้หรือนำไปต้ม

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์เป็นหลักคือใบ ซึ่งนำมาบดและคั้นน้ำเพื่อเป็นส่วนประกอบของการทำอาหารและขนม หรือใช้เป็นสารแต่งสีและกลิ่นสำหรับอาหารและของใช้ภายในบ้านแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด และเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาอีกด้วย

ใบเตยมีฤทธิ์เป็นยาเย็น เมื่อนำมาต้มกับน้ำเพื่อดื่มจะช่วยดับความกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี รู้สึกสดชื่นมากขึ้น แก้อาการร่างกายอ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ และทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลง ช่วยแก้ไข้ ดับพิษร้อนในร่างกาย แก้ร้อนใน เหมาะสำหรับผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุไฟ รักษาโรคหัด โรคอีสุกอีใส แก้อาการท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ยังสามารถนำมาตำเพื่อรักษาโรคผิวหนังได้

น้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากใบเตยมีสรรพคุณช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียด บรรเทาอาการวิงเวียนและปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังช่วยแก้โรคลมชัก อาการหน้าท้องเกร็ง แก้เจ็บคอ ลดอาการอักเสบภายในลำคอ ส่วนรากและลำต้นเมื่อนำมาชงดื่มจะช่วยขับปัสสาวะและสลายก้อนนิ่วในไต เป็นยากระษัยที่ช่วยคลายความปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ แก้ตานซางในเด็ก

การบริโภคใบเตยในปริมาณมากอาจส่งผลต่อร่างกาย เช่น ทำให้เกิดปัญหาระบบย่อยอาหาร เช่น ท้องเสีย สำหรับบางคนที่มีผิวแพ้ง่าย หรือมีประวัติการแพ้สารเคมีในต้นไม้ การสัมผัสใกล้ชิดกับใบเตย หรือการใช้ใบสดอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น ผื่นแดง หรือคันได้ ใบเตยมีประโยชน์หลากหลาย แต่การใช้หรือบริโภคควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และระมัดระวังเรื่องความสะอาด