เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดปราศรัยใหญ่หาเสียงเลือกตั้ง ว่า ตอนนี้มีการกำหนดไว้แล้ว 17 เวทีใหญ่ ที่เราจะจัดทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่จะดูเป็นกลุ่มจังหวัด ตามการบริหารจัดการของกระทรวงมหาดไทยที่แบ่งกลุ่มจังหวัดไป เช่น ภาคเหนือ เป็นกลุ่มจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน ก็จะจัด 1 ที่ และพะเยา เชียงราย แพร่ ก็จะจัดอีก 1 ที่ แต่เราจะจัดในเมืองใหญ่ ๆ ส่วนในกรุงเทพฯ นั้น ตนได้มอบหมายให้ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมและการคุ้มครองประชาชน กำกับดูแลยุทธศาสตร์การเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ให้รับผิดชอบภาคอีสาน
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคกล้าธรรมจะมีโค้งสุดท้ายออกมาหรือไม่ หลังพรรคเพื่อไทยระบุว่าจะมีการปล่อยทีเด็ดออกมาช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ทำอย่างนั้น เพราะเมื่อกำหนดนโยบายออกมาแล้วทำไม่ได้จะเสียมากกว่า เราอยู่ในรัฐบาล ตนเองอยู่ตั้งแต่ปี 2562 เห็นอะไรมาเยอะ นโยบายที่เป็นการให้ความหวังประชาชน ถึงเวลาทำไม่ได้ก็จะเสีย ตนไม่ได้โจมตีพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรม เราชัดเจนว่าเราเอานโยบายที่จับต้องได้จริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ตนเน้นเกี่ยวกับที่ดินทำกิน กับการบริหารจัดการน้ำ สวัสดิการสังคม การทำเมืองรองให้เป็นเมืองหลัก ภาคท่องเที่ยว การส่งเสริมพัฒนาภาคการกีฬา เราเอาอะไรที่จับต้องได้จริง ๆ ไม่สร้างฝัน ไม่ขายฝัน
เมื่อถามถึงโพลสงขลาที่ออกมาล่าสุดเหมือนกับว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในโพล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนก็ชอบทำอะไรที่เบรกโพลตลอด ตนก็มียุทธศาสตร์ของตน
เมื่อถามอีกว่าที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมในภาคใต้เหมือนมีกระแสดีและเป็นพื้นที่เป้าหมายนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เอาเป็นว่าตนไปที่ไหน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดสงขลา และพื้นที่ที่มีปัญหาก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เรื่องนี้ตนยังไม่ได้ลงไปสงขลาตั้งแต่กลับจากหาดใหญ่มา
เมื่อถามอีกว่าส่วนจะยังมั่นใจในพื้นที่ภาคใต้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราทำการเมืองมา เรารู้ว่าต้องทำยุทธศาสตร์การเมือง เราไม่ใช่ขายฝัน แต่เรามียุทธศาสตร์การจัดการการเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงกรณีที่มีทีมงานของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งโชว์นิ้วกลางใส่ผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากฝ่ายกฎหมาย เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้สมัครของเรา ก็มีทีมกฎหมายคอยดูแลเขาอยู่ อะไรก็ตามที่ถูกละเมิดก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราจะไม่ทำอะไรที่เป็นการโต้ตอบให้เสียหาย
เมื่อถามว่าส่วนรายละเอียดข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เท่าที่ฟังมาจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และฟังจากรายการข่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอก็เป็นไปตามที่สื่อนำเสนอ ตนก็บอกให้ใจเย็น ๆ อย่าไปโต้ตอบอะไร หลายเรื่องที่ตนสั่งให้ลูกพรรคไม่โต้ตอบอะไร บางเรื่องก็เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ แต่ข้อเท็จจริงตนคิดว่าตนรู้ดีที่สุด อย่าปล่อย อย่าทำกันเกินไปจนตนหมดความอดทนแล้วตนโต้ตอบกลับ มันจะทำให้ท่านเดือดร้อน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ที่เป็นเรื่องที่สื่อให้ความสนใจในเวลานี้
เมื่อถามอีกว่านอกจากเคสนี้ยังมีเคสอื่นอีกหรือไม่ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็มีหลายเรื่องที่ผู้สมัครบางพรรคนำเสนอในหลายเรื่อง ซึ่งตนเองนั้นก็รู้ดีที่สุด ในแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับว่าถ้าเราหมดความอดทนแล้วไปโต้ตอบท่านก็จะเสีย ตนไม่อยากทำแบบนั้น มันดูแล้วทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย
เมื่อถามว่ามีหลักฐานเด็ด ๆ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมีเยอะ ส่วนจะหยิบมาใช้เมื่อไหร่นั้น กล้าธรรมโดยเฉพาะตนชัดเจน หากไม่ทำก่อนตนก็ไม่ทำ แต่หากใครทำก่อนดังที่ทุกคนเห็น ไม่ว่าพรรคไหนก็ตามที่พรรคกล้าธรรมสวนกลับก็หนัก เพราะมีแผลทุกพรรค
เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ยังทนได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนนี้ยังทนได้อยู่ นัสยังทนได้อยู่



