เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 ความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดงดำ ทะเบียน 2 กฆ 2494 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของ นายพิเชษฐ์ นนทะโคตร อายุ 37 ปี ชาว จ.เลย ที่จอดไว้ในโรงพยาบาลศิริราช จากนั้นคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ไปก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ของ น.ส.ศุภลักษณ์ ยุพเรศ อายุ 49 ปี และไปกระชากสร้อยคอนากของนางสาวยุพา ลือบางใหญ่ หรือยายเช็ง อายุ 75 ปี ขณะกำลังยืนรอใส่บาตร อยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง ทำให้ล้มหัวฟาดพื้นเย็บ 5 เข็ม โดยทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในวันที่ 7 มิ.ย. 69
ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดนนทบุรี นำโดย พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.อ.สิริภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ พร้อมด้วยชุดสืบสวนจังหวัดนนทบุรี ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง และชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ ได้ร่วมกับจับกุมตัวนายจิมมี่ อุเทนสุต อายุ 51 ปี ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ซอยสวนผัก แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดงดำ ทะเบียน 2 กฆ 2494 กรุงเทพมหานคร ที่ขโมยมาใช้ก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายจิมมี่ ว่าใช้อาวุธอะไรถึงทำให้ยายเช็งหัวแตก นายจิมมี่ กล่าวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ตนเองไม่ได้ทำอะไรใครเลย ส่วนเรื่องสร้อยคอก็ไม่รู้เรื่อง และไม่มีอะไรจะพูด ไม่ต้องมาถาม ตนเองยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ต้องรอให้ขึ้นศาลและให้ศาลตัดสินก่อน คุณจะมาถามอะไรแบบนี้ไม่ได้ ส่วนเรื่องสร้อยคอ คุณจะมาถามอะไร ผมก็อยู่บ้านผม ถามอะไรเลอะเทอะไปหมด ไม่มีข่าวจะออกแล้วหรือไง นักข่าวกลับไปเถอะ พูดอะไรเลอะเทอะ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าไปเอารถจักรยานยนต์มาจากไหนเพราะเจ้าของรถแจ้งความรถหายไว้ แต่นายจิมมี่ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด
ส.ต.ต.ศักดิ์ดา ผลจันทร์งาม ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี อยู่ในสภาพเสื้อผ้าเปียกทั้งตัว กล่าวว่า ที่เนื้อตัวเปียกน้ำเพราะผู้ต้องหากระโดดหนีลงไปในน้ำซึ่งมีโคลนเต็มไปหมด จึงต้องกระโดดตามลงไปจับ เบื้องต้นโทรศัพท์ iPhone 17 ProMax เปียกทั้งเครื่องแต่ก็ยังใช้งานได้อยู่ นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืนซึ่งเหน็บอยู่ที่เอวก็เปียก ตอนนั้นฉุกละหุกมาก เพราะคนร้ายกระโดดหนีลงไปในป่าที่มีน้ำ จึงต้องกระโดดข้ามไปจับกุมตัว
พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด พนักงานสอบสวนจึงดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดก่อน แล้วจะดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องกระชากสร้อย โดยผู้เสียหายมายืนยันชี้ตัวเรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอ และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบเคยก่อคดีมาแล้ว 3 คดี สำหรับคดีกระชากสร้อย ผู้ต้องหาได้ไปก่อเหตุกระชากสร้อยในพื้นที่ สภ.บางใหญ่ จากนั้นได้เปลี่ยนหมวกมาก่อเหตุในพื้นที่ สภ.บางบัวทอง



