ด้วยข้อจำกัดของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร บางที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ติดขอบชายแดน หรืออยู่ห่างไกลจากตัวเมืองหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งระยะทางเป็นอุปสรรคต่อการขนส่ง รวมไปถึงความไม่คล่องตัวในการเข้าถึงวัตถุดิบที่จะนำมาประกอบอาหารมื้อกลางวันของเด็ก ๆ ดังนั้นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอาจไม่สามารถหาได้ทุกวัน

โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ภายในรั้่วโรงเรียน จึงเป็นเสมือนต้นทางของแหล่งอาหารอย่างไข่ไก่ที่ให้มากกว่าความอิ่มท้อง แต่มีเบื้องหลังของการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ด้วยการลงมือทำจริงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยงไก่ ดูแล เก็บไข่ เพื่อนำมาเป็นอาหารกลางวัน ตลอดจนกระบวนการบริหารจัดการ การเรียนรู้เรื่องระบบสหกรณ์ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายจากการจำหน่ายผลผลิตไข่ไก่ เป็นต้น

“โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ใช้เวลามากกว่า 3 ทศวรรษ หรือ 37 ปี บนเส้นทางร่วมสร้างภาวะโภชนาการที่ดีให้เด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารได้บริโภค “ไข่ไก่” อาหารโปรตีนคุณภาพอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ โดยได้ขยายจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯในทุก ๆ ปี นับตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนโรงเรียนรวม 1,018 โรงเรียน กระจายทุกภาคทั่วประเทศ (ภาคเหนือ 275 โรงเรียน ภาคกลางและภาคตะวันออก 225 โรงเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 385 โรงเรียน ภาคใต้ 133 โรงเรียน) ครอบคลุมจำนวนนักเรียน 229,500 คน และชุมชน 2,700 ชุมชน มีแหล่งอาหารที่ยั่งยืนตามแนวทางพึ่งพาตนเอง

โดยมีมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท(มูลนิธิซีพี) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน)หรือซีพีเอฟ จับมือพันธมิตรหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (JCC) ให้การสนับสนุน

ความยั่งยืนของโครงการฯ คือ โรงเรียนสามารถดำเนินการเลี้ยงไก่ไข่ได้ด้วยทุนของตัวเอง ซีพีเอฟจึงใช้โมเดลให้เปล่าในการเลี้ยงไก่รุ่นแรก ทั้งการก่อสร้างโรงเรือนมาตรฐาน ติดตั้งอุปกรณ์การเลี้ยง นำแม่พันธุ์ไก่ไข่เข้าเลี้ยง อาหารสัตว์ และปัจจัยการเลี้ยง พร้อมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญจากซีพีเอฟและมูลนิธิฯ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคุณครูและนักเรียน ให้คำแนะนำด้านการจัดการฟาร์ม และการป้องกันโรคที่ดี ติดตามการเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเลี้ยงไก่ไข่มีประสิทธิภาพที่ดี ต้นทุนต่ำ เพื่อให้โครงการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในรุ่นต่อ ๆ ไป

ไข่ไก่ในรั้วโรงเรียน กลับไม่ได้จบแค่มื้อกลางวันในโรงเรียน แต่เด็ก ๆ นำความรู้การเลี้ยงไก่ไปใช้ที่บ้านของตัวเอง ผู้ปกครองและคนในชุมชนได้บริโภคไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย ในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งมาจากผลผลิตไข่ไก่ที่เกินมาจากที่เด็ก ๆ ต้องส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียน หรือแม้แต่ในช่วงที่เคยเกิดวิกฤติโควิด คุณครูยังช่วยทำหน้าที่นำผลผลิตไข่ไก่ไปแจกให้เด็ก ๆ และคนในชุมชนที่เดือดร้อนได้บริโภคไข่ไก่อย่างสม่ำเสมอ แม้แต่ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน ก็ได้บริโภคไข่ไก่จากผลผลิตฝีมือน้อง ๆ ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ ซึ่งปัจจุบันมีการจ้างงานคนพิการช่วยในโครงการฯรวมมากกว่า 500 คน

นอกจากผลลัพธ์ด้านโภชนาการที่เกิดขึ้นโครงการฯยังสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นรูปธรรม ด้านเศรษฐกิจ โรงเรียนมีรายได้จากการขายไข่ไก่ ไก่ปลดระวาง มูลไก่ นักเรียนเรียนรู้การทำธุรกิจผ่านกระบวนการสหกรณ์ เกิดกองทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจรุ่นต่อไป ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อไก่ไข่และอาหารสัตว์ ด้านสังคม นักเรียนมีความรู้ในการเลี้ยงไก่ไข่ เรียนรู้การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เข้าถึงอาหารโปรตีนจากไข่ไก่ ชุมชนซื้อไข่ในราคายุติธรรม พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน ด้านสิ่งแวดล้อม นำมูลไก่จากโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่มาใช้ผลิตปุ๋ยแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ฯลฯ

เรื่องราวก่อนที่ไข่ไก่แต่ละฟองจะมาสู่ถาดอาหารกลางวันของเด็ก ๆ ไม่ได้จบแค่อิ่มท้อง แต่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ ทักษะชีวิต การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ ส่งต่อเป็นพลังแห่งอนาคตจากไข่ ไข่ในรั้วโรงเรียน สู่อนาคตที่ยั่งยืน.