จากเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2567 เมื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในขณะนั้น ได้ลงนามในคำสั่งให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย พร้อมด้วยน้องชาย พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย และนายตำรวจรวม 8 นาย ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ออกจากราชการไว้ก่อน

พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ของ “มินนี่” ซึ่งเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ก่อนออกมาเปิดหน้าสู้ความจริง แฉพฤติกรรม บิ๊กโจ๊ก แบบระบายความรู้สึก ที่ตัวเองและลูกน้องหลายนาย ต้องทนอยู่ในบ่วงกรรม ถูกทำร้ายจิตใจ-ร่างกาย ครอบครัวได้รับผลกระทบนานกว่า 10 ปี

มือปราบระดับพระกาฬ : เจ้าของผลงาน “คดีเปรี้ยวหั่นศพ” และ “แอม ไซยาไนด์”
ก่อนเผชิญมรสุมคดีความ พ.ต.อ.ภาคภูมิ หรือ “รองหนึ่ง” ถือเป็นมือทำงานระดับแถวหน้าของวงการสืบสวน สร้างชื่อเสียงจนโด่งดังไปทั่วประเทศจาก คดีเปรี้ยวหั่นศพ ขณะดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญในการคลี่คลายคดีซับซ้อนอื่นๆ อาทิ คดีแอม ไซยาไนด์ ฆาตกรรมต่อเนื่อง, คดีกำนันนก ยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว (สารวัตรศิว) รวมถึงคดีฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น และคดีลักทรัพย์พิพิธภัณฑ์ขอนแก่น

สายเลือดตำรวจ : ทายาท นรต.25 และพี่น้องมือทำงาน
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย จบการศึกษาจาก โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 52 เขาเป็นบุตรของ พ.ต.อ.สัมพันธ์ พิศมัย (นรต.25) และเป็นพี่ชายของ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย (นรต.51) อดีต ผกก.ตม.จว.จันทบุรี โดยสองพี่น้องตระกูลพิศมัย ถือเป็น “คีย์แมน” สำคัญในทีมสืบสวนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำคดีใหญ่ระดับประเทศมาโดยตลอด

เส้นทางรับราชการ : จากปราบปรามยาเสพติดสู่ชุดเฉพาะกิจ
เส้นทางสีกากีของเขาเริ่มต้นในปี 2542 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ก่อนจะย้ายไปสั่งกัดตำรวจภูธรภาค 1 และนครบาลในงานจราจร จนกระทั่งปี 2549 ได้ฉายแววด้านงานสืบสวนปราบปรามเมื่อดำรงตำแหน่ง สารวัตรหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (S.W.A.T) และหัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ขอนแก่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นมือสืบสวนฝีมือดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ