เมื่อวันที่ 7 ม.ค. พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 ร่วมกันจับกุม นายพายุ อายุ 25 ปี ชาว จ.บึงกาฬ ตามหมายจับของศาลจังหวัดบึงกาฬในความผิดฐาน “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน” โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถยนต์ห้างแห่งหนึ่งย่านกัลปพฤกษ์

สืบเนื่องจากตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีการเร่งรัดติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับคดีเกี่ยวกับเพศ ทางชุดปฏิบัติการที่ 2 จึงได้ออกสืบสวนติดตามตัว นายพายุ หลังก่อเหตุลวงเด็กหญิงวัย 14 ปี ไปกระทำชำเรากลางสวนปาล์มที่ จ.บึงกาฬ เมื่อปี 2567 ก่อนจะหลบหนีหายไป ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีการจับกุมมาอยู่ พื้นที่บางบอน กทม. จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจนกระทั่งพบตัว นายพายุ ดังกล่าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ได้รู้จักผู้เสียหายเด็กอายุ 14 ปี จากการติดต่อทางเฟซบุ๊ก ก่อนจะออกกลอุบายด้วยวิธี “ไลก์ทัก” (Like Thuk) พอผู้เสียหายกดไลก์ ตนก็จะทักไปพูดคุยและวิดีโอคอล พูดคุยกันประมาณ 1 สัปดาห์ ในวันที่เกิดเหตุได้ชักชวนผู้เสียหายว่าจะไปหาและพาเที่ยว ต่อมาได้ล่อลวงผู้เสียหายไปกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ที่กลางสวนปาล์มจริง ต่อมาพอรู้ว่าตำรวจตามจับจึงได้หลบหนีออกจากบึงกาฬ โดยหลบหนีไปอยู่ จ.ระยอง 1 ปี กระทั่งได้หลบหนีมาอยู่แถวบางบอนดังกล่าว

พ.ต.ต.ยศชนินทร์ เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมการกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นการล่อลวงผู้เสียหายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งผู้เสียหายที่เป็นผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อาจจะถูกล่อลวงหรือตกเป็นเหยื่อได้ง่าย กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี จึงขอประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนประชาชนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ท่านควรระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อบุคคลแปลกหน้า ซึ่งอาจจะเข้ามาตี