เมื่อวันที่ 8 ม.ค.69 นายสติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงจุดเด่นของนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” คือบทบาทในฐานะมาตรการระยะสั้นที่ช่วยรักษากำลังซื้อและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยประชาชนสามารถรับรู้ผลลัพธ์ได้ทันที และภาคธุรกิจรายย่อยได้รับอานิสงส์โดยตรงขณะเดียวกัน นโยบายคนละครึ่งพลัส ยังสะท้อนภาพแนวคิดเชิงนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบนโยบายซึ่งสามารถทำได้จริง มากกว่าการนำเสนอนโยบายระดับอภิมหาโปรเจค ที่มีความอ่อนไหวสูง โดยนโยบายของพรรคนี้ ต้องเป็นนโยบายที่ไม่ซับซ้อน ประชาชนใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และตอบโจทย์ปัญหาปากท้อง ให้ได้เร็วที่สุด
นายสติธร กล่าวต่อว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชนจำนวนไม่น้อย ที่ต้องการเห็นนโยบายแบบจับต้องได้ไม่เป็นภาระเชิงระบบ และไม่ต้องรอผลลัพธ์ในระยะยาวโดยไร้ความชัดเจน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดขายทางนโยบายที่ช่วยสร้างความแตกต่างในสนามการเมือง ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ควรถูกหยิบยกเป็นการบ้านของทุกพรรคการเมือง คือการออกแบบนโยบายเศรษฐกิจระยะยาว ไปสู่คำตอบเชิงโครงสร้างว่าจะสร้างรายได้ที่มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยอย่างไร โดยการต่อยอดมาตรการลักษณะ “คนละครึ่ง” ให้เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาในภาพใหญ่ จะเป็นโจทย์สำคัญที่ประชาชนกำลังรอฟังคำตอบจากทุกพรรคการเมือง
นายสติธร กล่าวว่า นโยบายระยะสั้น เช่น คนละครึ่งพลัส ก็ต้องทำ แต่รัฐบาล ที่เข้ามาหลังจากนี้ เมื่อมีวาระปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ควรดำเนินกระตุ้นเม็ดเงิน ควบคู่กับนโยบายเสริมด้านการสร้างรายได้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มความยั่งยืนของการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม.



