สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า นับตั้งแต่ทรัมป์กลับสู่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว เขาใช้กองกำลังทหารสหรัฐบ่อยครั้ง ซึ่งรวมถึงการโจมตีกลุ่มกบฏในเยเมน โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเรือที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนยาเสพติด รวมถึงกรณีล่าสุดอย่างการจู่โจมจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา

“ผมตัดสินใจแล้วว่า เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบากและอันตรายเช่นนี้ งบประมาณทางทหารของเราสำหรับปี 2570 ไม่ควรอยู่ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31 ล้านล้านบาท) แต่ควรเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ” ทรัมป์ระบุบนแพลตฟอร์ม “ทรูธ โซเชียล”

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า งบประมาณข้างต้นจะช่วยสร้าง “กองทัพในฝัน” ที่สหรัฐควรมีมานานแล้ว ตลอดจนทำให้ประเทศปลอดภัยและมั่นคง แม้ต้องเผชิญกับศัตรูก็ตาม ซึ่งการเพิ่มงบประมาณนั้นเป็นไปได้ เนื่องจากรายได้จากการเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับประเทศต่าง ๆ

อันที่จริง สหรัฐเป็นประเทศที่ใช้จ่ายด้านการทหารมากที่สุดในโลกอยู่แล้ว และการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะผลักดันให้การใช้จ่ายสำหรับกองทัพของรัฐบาลวอชิงตัน ยิ่งแซงหน้าประเทศคู่แข่งอย่างจีนและรัสเซีย ทว่ามันอาจทำให้เกิดการแข่งขันด้านอาวุธกับประเทศเหล่านี้เช่นกัน

อนึ่ง การประกาศเพิ่มงบประมาณกองทัพสหรัฐของทรัมป์ เกิดขึ้นหลังประเทศพันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ให้คำมั่นเมื่อปีที่แล้วว่า จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2578 เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากทรัมป์.

เครดิตภาพ : REUTERS