ส่วนบรรยากาศการหาเสียง ที่ตลาดสดฝั่งโขง ดอนเมือง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วย “โฟล์ค” ภูมิพัฒน์ โหสกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขตดอนเมือง และ “ออฟ” สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.กทม. เขตหลักสี่หาเสียง นายจุลพันธ์ กล่าวกับประชาชนว่า หลายคนถูกใจ “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เพราะเป็นคนเก่ง เป็นนักวิชาการ จะเอาวิทยาศาสตร์เข้ามาพัฒนาชาติ

“ที่สำคัญนายยศชนัน ไม่เคยอยู่ในความขัดแย้ง ไม่เคยทะเลาะกับใคร ยึดเอาเรื่องประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ทำให้พวกเราที่เป็นนักการเมืองต้องเบาเครื่องลงบ้าง  การตอบรับ ดร.เชน และพรรคเพื่อไทย กระแสดีกว่าที่ผ่านมา  เชื่อมั่นว่าพรรคพร้อมเดินหน้าสู่การเป็นรัฐบาล จุดแข็งของพวกเราที่เป็นมาเสมอคือผู้สมัครใกล้ชิดประชาชน  หลายพรรคการเมืองกระแสเขาเริ่มมีปัญหา การเดินในพื้นที่เริ่มมีประชาชนมาคัดค้าน จุดนี้จะทำให้เราสามารถมีโอกาสในการไปทำความเข้าใจกับประชาชน นำนโยบายไปมอบประชาชน ถ้าเราทำได้สำเร็จเราจะทวงคืนแชมป์ในกรุงเทพฯ กลับมาได้ ไม่ใช่แค่ 2 เขต”

ดร.เชนพร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการเมืองหลวงในมิติต่างๆ และแลกเปลี่ยนความเห็นกับ “ผู้ว่าทริป” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.และคณะผู้บริหาร ดร.เชน ได้ชี้ข้อจำกัดด้านอำนาจการตัดสินใจที่ กทม. ไม่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหา กทม. มักตกเป็นจำเลยหลัก  ต้องสร้างความร่วมมือเชิงรุกระหว่าง กทม. กับรัฐบาลกลาง เป็นกุญแจสำคัญที่จะทลายข้อจำกัดเหล่านี้ ในมิติของปัญหาสังคม 

“รู้สึกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของน้ำกระท่อมและกัญชาในชุมชน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในครอบครัวและการทำร้ายร่างกายบุพการี แนวทางแก้ไขคือต้องนำโมเดลศูนย์บำบัดยาเสพติด  จากต่างจังหวัดที่ประสบความสำเร็จ มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของคนเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ”  

บทบาทใหม่เพื่อไทย อ.เชนเดินเกมไม่ทะเลาะใคร ไม่ด่วนตัดสินใจทางการเมือง อาจได้คะแนนเพิ่มจากกลุ่มที่เบื่อความขัดแย้งก็ได้ แต่ปัญหาคือ ภาพความเกี่ยวข้องกับชินวัตรคงสลัดหลุดได้ยาก

ที่โรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต อ.บางกรวย จ.นนทบุรี  “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงเป้าหมายได้ สส.ใต้ว่า  ยังต้องทำงานอีกอย่างหนัก  หลายคนที่เป็นนักวิเคราะห์ ก็ยังบอกว่า คะแนนจะมาแต่ สส.บัญชีรายชื่อ เรารณรงค์ให้เลือก สส.เขตด้วย ขอยกตัวอย่าง ถ้าคนภาคใต้ทุกคนใช้สิทธิเลือก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์จะมี สส.แค่ 12 คน

“ที่เชียร์ไปเป็นนายกฯ ก็ไม่ได้เป็น (สส.ไม่ถึง 25 คน เสนอชื่อนายกฯ ในสภาไม่ได้)  จึงต้องบอกว่า สส.เขต มีความสำคัญในการชี้ขาดอนาคตของบ้านเมือง ในการตั้งรัฐบาล  เราพยายามเดินเข้าหาทุกคนแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยเลือกเรา  เรายังไม่ได้นับ สส.เขตที่จะได้  แต่ที่ยืนยันแน่นอน คือบัญชีรายชื่อได้เพิ่มเป็นเท่าตัว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ในการหาเสียงที่โรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้หาเสียงในเรื่องนโยบายเรียนฟรี  แก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน บุหรี่ไฟฟ้า  จากการไปนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา  ก็มีผู้สะท้อนปัญหาเรื่องกัญชาเข้ามา  เมื่อสองพรรค เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ พูดเรื่องกัญชา น่าสนใจว่า จะตีกระทบไปถึงภูมิใจไทยที่เคยปลดล็อกกัญชาหรือไม่ และขณะเดียวกัน องค์กรด้านสาธารณสุขก็อยากได้นโยบายฝ่ายการเมืองเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าด้วย

สถานการณ์ในพรรคประชาชน (ปชน.) หลัง “หมอนิว” กัลยพัชร รจิตโรจน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ออกมาแสดงความผิดหวังที่พรรคเลือกรัฐมนตรีจากคนนอก และยังวิจารณ์พรรคในหลายเรื่อง ทำให้ในช่วงคืนวันที่ 7 ม.ค. “อ.ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Friends Talk” แสดงความไม่พอใจตอนหนึ่ง ว่า  “แล้วถ้าคนที่เคยอยู่ด้วยกันมา เคยเป็น สส.กันมา  กลับคิดว่าเฮ้ย อะไรนี่ก็ไม่ได้ นู่นก็ไม่ได้ ออกไปไม่ได้ดั่งใจตัวเอง ไม่ได้ตำแหน่งต่าง ๆ ไม่ได้ลง ออกไปเผาบ้านตัวเองทุกวัน อย่างนี้มันก็ไม่ไหว คุณได้เป็น สส.เพราะพรรค แล้วคุณออกไปแล้วคุณเผาเลยเนี่ย ผมว่านี่มันไม่ค่อยมืออาชีพ และไม่แฟร์กับผู้บริหารพรรคเขาด้วย

แล้วที่แสดงความเห็นมามันก็ไม่จริงหลายเรื่อง ตามที่ผู้บริหารเขาบอก ทำแบบนี้ได้อะไร ได้ชุดเหตุผลมาชุดหนึ่งว่า ที่ฉันออก ฉันไม่ได้บอกว่าเพราะฉันไม่ได้ลง สส.นะ แต่ฉันออกเพราะพรรคมันห่วย ลึก ๆ แล้วคุณถามใจตัวเองเถอะ มันเพราะอะไร ถ้าบอกว่า แกนนำพรรคต้องส่องกระจก  คุณสิต้องลองส่องกระจกดู แล้วถามตัวเองดูว่า ออกจากสมาชิกพรรค ออกมาด่าพรรค เพราะอะไร”

พรรค ปชน.ยังเปิดตัว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน The Professionals คนที่ 4 ในด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว และการเรียนรู้ ได้แก่ น.ส.ณัฐยา บุญภักดี อดีตผู้อำนวยการอาวุโส สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว แห่งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้คร่ำหวอดในแวดวงนี้มาตลอด 3 ทศวรรษ เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 6 พรรค ปชน. เป็นแคนดิเดต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  (พม.)

สื่อของพรรคระบุว่า  กระทรวง พม. สำคัญมาก ต้องให้การดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ต้องบริหารให้จัดสรรสวัสดิการให้เหมาะกับทุกช่วงวัย น.ส.ณัฐยา มีความเชี่ยวชาญทั้งครอบคลุมและลงลึก เคยผลักดันกฎหมาย เป็น NGO ทำเรื่องสิทธิสตรี ความหลากหลายทางเพศ

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล  “นายกฯ หนู” อนุทิน  ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย  เป็นประธานมอบโล่รางวัลให้เด็กและเยาวชนดีเด่น ผู้ได้รับรางวัลผ่านการคัดเลือก จากทุกสังกัดทั่วประเทศ  1,462 คน  นายกฯ ให้โอวาทตอนหนึ่งว่า  อีก 2 วันจะตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ลูกๆ หลานๆ ก็จะได้มีโอกาสได้ไปยังสถานที่ราชการต่างๆ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ  หวังว่าจะได้ไปเยี่ยมชมทั้งด้านความมั่นคง ไปดูอาวุธยุทโธปกรณ์ ไปดูกองทัพ ไปดูพิพิธภัณฑ์ ไปดูทหาร ตำรวจ เขาทำงานปกป้องบ้านเมืองกันอย่างไร ทำให้พวกเราทุกคนได้ซึมซับและมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ให้ทุกคนมีความภูมิใจ

“ตอนเด็ก ลุงไม่รู้หรอกว่าจะได้เป็นนายกฯ  แต่ได้เป็นแล้วก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด 20-30 ปีก่อน ลุงไม่ได้เป็นหนึ่งในนี้ ไม่ได้มีวาสนามาทำเนียบรัฐบาล วันเด็กลุงไปกองทัพอากาศ ไปดูเครื่องบิน เรียนไม่เก่งไม่ได้มาทำเนียบรัฐบาล แต่ว่าอยากมา อยากเห็น อยากเข้าไปดูว่าตึกไทยคู่ฟ้าที่ดูข่าวทุกวันเป็นยังไง  วันเด็กปีนี้เด็กๆ มาตึกไทยคู่ฟ้า เปิดห้องทำงานนายกฯ ให้มานั่งเก้าอี้ที่นายกฯ ขอให้ทุกคนได้มาสร้างประสบการณ์ว่าเวลาบริหารราชการแผ่นดิน บริหารบ้านเมืองเขานั่งทำงานกันอย่างไร เราทุกคนจะได้มีความมุ่งมั่นและมีความใฝ่ฝันที่ว่าวันหนึ่งจะได้มาทำหน้าที่รับใช้บ้านเมือง”

ปิดท้ายด้วยเรื่องประชามติ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า  หนังสือประชามติระบุข้อความให้ทำเครื่องหมาย เพียงคำว่า “เครื่องหมายเดียว” ข้อความอาจตกหล่น ต้องเขียนว่าใช้เครื่องหมายกากบาทเพียงเครื่องหมายเดียว เราต้องประชาสัมพันธ์ พรรคการเมืองสามารถทำประชาสัมพันธ์เรื่องประชามติได้  หนังสือเอกสารประชามติ เนื้อหามาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งมาทุกตัวหนังสือ ไม่ใช่ กกต. เป็นผู้จัดทำ กกต.มีหน้าที่พิมพ์และเผยแพร่เท่านั้น

“ประชาชนทั่วไปสามารถประกาศจุดยืนของตนเองในการเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติได้ เพียงแต่อย่าให้ขัดกฎหมาย หรือข้อความอันเป็นเท็จหลอกลวง ซึ่งจะทำในลักษณะชักจูงได้ การรณรงค์ก็คือการชักจูงอย่างหนึ่งรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ”

“ทีมข่าวการเมือง”