สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่าแนวทางการบริโภคอาหารฉบับใหม่ของรัฐบาลกลาง เผยแพร่โดยกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ เน้นโปรตีนมากกว่าคำแนะนำก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ มีการใช้ภาพประกอบแบบพีระมิดกลับหัวที่วางเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม และไขมันที่ดีต่อสุขภาพไว้ในระดับเดียวกับผักและผลไม้ แต่ธัญพืชไม่ขัดสีที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวโอ๊ต อยู่ในระดับล่างสุด

คำแนะนำซึ่งรัฐบาลกลางต้องเผยแพร่ทุก ๆ 5 ปี ฉบับล่าสุด เน้นย้ำว่า ชาวอเมริกันไม่ควรบริโภคน้ำตาล ขณะที่เด็กควรหลีกเลี่ยงสารให้ความหวานส่วนเกิน จนกว่าจะอายุ 10 ปี ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นสิ่งที่ไม่ควรบริโภค เพื่อสุขภาพที่ดี

คำแนะนำสนับสนุนให้ลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น ขนมปังขาวหรือแป้งตอร์ติยา และให้ความสำคัญกับอาหารธรรมชาติ เช่น ผักและผลไม้ มากกว่าอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารบรรจุห่อ ซึ่งมักเติมน้ำตาลและเกลือเติมลงไปเป็นจำนวนมาก

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐแสดงให้เห็นว่า อาหารแปรรูปขั้นสูง ซึ่งรวมถึงขนมอบหวานบรรจุภัณฑ์ ขนมขบเคี้ยวรสเค็ม และน้ำอัดลม คิดเป็นประมาณ 55% ของแคลอรีเฉลี่ยในอาหารของชาวอเมริกัน

อย่างไรก็ตาม คำแนะนำไม่ชัดเจนมากขึ้นเมื่อกล่าวถึงเนื้อสัตว์และไขมัน รวมถึงสนับสนุนเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน พร้อมกับโปรตีนจากพืชหลากหลายชนิด อาหารทะเล และไข่ มากไปกว่านั้น ยังรวมเนื้อแดงไว้ในกลุ่มโปรตีนประเภทต่าง ๆ ที่ควรบริโภค

ตามแนวทางใหม่นี้ ชาวอเมริกันควรรับประทานโปรตีน 1.2-1.6 กรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากคำแนะนำก่อนหน้านี้ระบุไว้ที่ 0.8 กรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว ขณะที่ปริมาณแคลอรีจากไขมันอิ่มตัวต่อวันยังคงอยู่ที่ 10%

นางมาริออน เนสท์เล่ ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านโภชนาการแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า การปรุงอาหารด้วยไขมันอิ่มตัว และการบริโภคเนื้อแดงเป็นประจำ อาจทำให้หลายคนบริโภคไขมันอิ่มตัวเกิน 10% ได้อย่างง่ายดาย ขณะที่คำแนะนำใหม่เกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ก็คลุมเครือเกินไป ซึ่งระบุไว้เพียงให้ “ดื่มน้อยลง”

นอกจากนั้น เธอตั้งคำถามว่า จะมีคนจำนวนมากแค่ไหนที่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ได้ ในเมื่อราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES