เมื่อวันที่ 8 ม.ค.69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าว “ยกเลิกโครงการแทรมภูเก็ต” ว่า ขอยืนยันไม่เป็นความจริง ซึ่วแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจ.ภูเก็ต ไม่เคยถูกยกเลิก แต่จำเป็นต้องดำเนินการตามลำดับขั้นที่ถูกต้อง เพื่อไม่สร้างปัญหาการจราจรซ้ำซ้อน และไม่กระทบต่อการเดินทางของพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่พับโครงการ แต่เป็นการจัดลำดับให้โครงการเดินได้อย่างเป็นระบบ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Tram) เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่เกาะกลางถนน และต้องพึ่งพาโครงสร้างทางกายภาพจำนวนมาก หากดำเนินการโดยที่พื้นผิวจราจรและคอขวดหลักยังไม่ถูกแก้ไข จะทำให้เกิดปัญหารถติดรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้น จึงกำหนดแนวทางดำเนินงานเป็นขั้นตอนชัดเจน เริ่มจาก “แก้ถนน–แก้คอขวด–แก้การจราจร” ก่อน แล้วจึงเข้าสู่การพัฒนาระบบรางในระยะถัดไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนคือ “แก้รถติดภูเก็ตก่อน” โดยโครงการ อุโมงค์กะทู้ – ป่าตอง หรือทางด่วนภูเก็ต ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงิน 16,759 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปิดซองประมูลในเดือนมกราคม 2569 และมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2573 โครงการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการคลี่คลายปัญหาจราจรเข้า – ออกป่าตอง ซึ่งเป็นจุดคอขวดใหญ่ที่สุดของ จ.ภูเก็ต หลังจากโครงข่ายถนนและการจราจรมีความพร้อม กระทรวงคมนาคมจะพัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) บนเส้นทางเดียวกับแนวรถแทรมในอนาคต เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว คุ้นชินกับการใช้ขนส่งสาธารณะบนถนนเส้นหลัก ก่อนยกระดับสู่ระบบรถไฟฟ้ารางเบาอย่างเต็มรูปแบบ



นายพิพัฒน์ กล่าวยืนยัน ว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Tram) ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง มีแผนจะดำเนินการ หลังจากปี 2573 เมื่อการจัดการพื้นถนน โครงสร้างจราจร และพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนมีความพร้อมแล้ว ทั้งนี้นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน พรรคภูมิใจไทย เป็นนโยบายที่คิดจากคนในพื้นที่ ทำเพื่อคนใต้ เข้าใจปัญหาพื้นที่จริง แก้ปัญหาการจราจร จ.ภูเก็ต อย่างแท้จริง การพัฒนาต้องเดินเป็นขั้น เป็นระบบ ให้ประชาชน
“ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือโอกาสของพี่น้องชาวภูเก็ตและภาคใต้ในการพิจารณาว่า นโยบายของใครเหมาะสม ผลักดันนโยบายได้จริง และรับผิดชอบพื้นที่ ขอทวงคืนโอกาส 30 ปีของคนใต้ ดังนั้นโปรดเลือกภูมิใจไทย กาเบอร์ 37 พูดแล้วทำพลัส” นายพิพัฒน์ กล่าว.



