เมื่อวันที่ 9 ม.ค. พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย ออกตรวจสอบ หลังจากได้รับการประสานจากกองการต่างประเทศ กรณีสถานเอกอัครราชฑูตรัสเซียประจำประเทศไทย ขอความร่วมมือในการจับกุม นายสิบกาตุลลิน ไอรัต สัญชาติรัสเซีย กลับไปดำเนินคดียังประเทศรัสเซีย เนื่องจากได้ร่วมกับเพื่อนร่วมแก๊งชาวรัสเซียจำนวน 3 ราย ก่อเหตุขู่กรรโชกทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นเงินจำนวนมาก เหตุเกิดในห้วง 2567-2568 เบื้องต้นแหล่งข่าวแจ้งว่า นายสิบกาตุลลิน ไอรัต ได้เข้าพักในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จากข้อมูลดังกล่าว ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิม รอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังออกสืบสวนได้ออกตรวจสอบ และจากการตรวจสอบพบว่า นายสิบกาตุลลิน ไอรัต ได้มีการแจ้งที่พักอาศัยของระบบไบโอเมตริก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆ เพื่อหลบหลีกการติดตามจากเจ้าหน้าที่ โดยครั้งสุดท้ายได้พักอาศัยอยู่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวย่านหาดบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพบว่า นายสิบกาตุลลิน ไอรัต ได้พักอยู่กับแฟนสาวที่โรงแรมจริง จึงได้เข้าแสดงตัวและพบ นายสิบกาตุลลิน ไอรัต นั่งอยู่ที่บริเวณริมสระว่ายน้ำหน้าห้องพักพร้อมกับแฟนสาว จึงได้แสดงตัวให้ทราบและควบคุมตัว
ส่วนพฤติกรรมของ นายสิบกาตุลลิน ไอรัต ได้ทำการข่มขู่เหยื่อที่ประเทศรัสเซียว่าจะเปิดเผยข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิทธิและผลประโยชน์ ของบริษัทตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศรัสเซีย โดยกลุ่มคนร้ายได้เรียกร้องเงินสกุลรัสเซียจำนวนกว่า 1,000,000 รูเบิล จาก CEO ของบริษัทดังกล่าว เพื่อแลกกับการที่จะไม่ดำเนินการตามคำขู่ ทำให้ซีอีโอของบริษัทดังกล่าวเกิดความหวาดกลัวและโอนเงินไปให้จำนวนกว่า 1,000,000 รูเบิล ให้ นายสิบกาตุลลิน ไอรัต และเพื่อนร่วมแก๊ง จากนั้นได้หนีมากบดานที่เกาะสมุย ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ ตม. เข้าจับกุมดังกล่าว โดย พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้เสนอ ผบก.ตม.6 พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และผลักดันให้ออกจากราชอาณาจักรต่อไป.



