สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่านายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวว่า เครือข่ายบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน (ฟินเซน) ของกระทรวงการคลัง กำลังตรวจสอบธุรกิจบริการทางการเงินบางแห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการทุจริตเงินสวัสดิการสังคมของรัฐบาลกลาง ในรัฐมินนิโซตา ขณะที่ธนาคารบางแห่งจะถูกตรวจสอบโดยกรมสรรพากรในข้อหาฟอกเงิน
นอกจากนั้น ฟินเซนยังออกคำสั่งเพิ่มการตรวจสอบธนาคาร และผู้ให้บริการโอนเงินในเขตเฮนเนปินและแรมซีย์ของรัฐ ซึ่งจะกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ต้องรายงานข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินที่โอนออกนอกสหรัฐ รวมถึงรายงานของฟินเซน เกี่ยวกับธุรกรรมที่มีมูลค่าเกิน 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 94,379 บาท)
ในการสัมภาษณ์หลังการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของผู้ผลิตรถบ้านและเรือ ที่เมืองมินนีแอโพลิส เมื่อถูกถามว่าเรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อการโอนเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ของผู้อพยพไปยังครอบครัวในต่างประเทศหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า อาจไม่ส่งผลกระทบอะไร โดยผู้ใดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินมาจากไหน “จะไม่มีปัญหา”
Bessent: We are going to put in what we call a geographical-out targeting order. So there is something called a suspicious activity report. We’re lowering that to $3,000. And if you are on public assistance, we are going to start pushing that you cannot wire money out of the… pic.twitter.com/zehjpOMGPv
— Acyn (@Acyn) January 9, 2026
เบสเซนต์กล่าวด้วยว่า การชำระเงินจากผู้ที่อยู่ในสหรัฐอย่างถูกกฎหมาย มักจะโอนผ่านระบบธนาคารที่มีการควบคุม
อนึ่ง การส่งเงินไปต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศยากจนหลายประเทศ รวมถึงเอลซัลวาดอร์และโซมาเลีย
ไม่นานมานี้ นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา จากพรรคเดโมแครต ประกาศให้ความสำคัญกับการต่อสู้ “ข้อกล่าวหาฉ้อโกงสวัสดิการของรัฐ” ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ใช้โจมตีเขา และผู้อพยพชาวโซมาเลียจำนวนมาก ด้วยข้อกล่าวหาว่า พวกเขาฉ้อโกงโครงการดูแลเด็ก และบริการสังคมอื่น ๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเงินทุนของรัฐบาลกลาง.
เครดิตภาพ : AFP



