เมื่อวันที่ 10 ม.ค.โลกออนไลน์ให้ความสนใจกระทู้หนึ่งในเว็บไซต์พันทิป หลังชายรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าปัญหาชีวิตคู่ ระบายความอึดอัดใจจากความไม่ลงรอยกันด้านการใช้เงิน ความสัมพันธ์ และการวางแผนครอบครัว จนทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตสมรสของตนเอง

เจ้าของกระทู้ระบุว่า ตนเป็นฝ่ายทำงานหลักเพียงคนเดียว มีรายได้ประมาณเดือนละ 200,000 บาท ขณะที่ภรรยาไม่ได้ทำงานประจำ เนื่องจากตกลงกันตั้งแต่แรกว่าเขาไม่อยากให้ภรรยาทำงาน และภรรยาเองก็ไม่ต้องการทำเช่นกัน แม้บางครั้งภรรยาจะรับงานแปลภาษาอังกฤษเป็นครั้งคราว แต่ช่วงหลังแทบไม่เห็นทำงานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่ทำให้เจ้าของกระทู้รู้สึกกดดัน คือพฤติกรรมการใช้จ่ายของภรรยาที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนม โดยเฉพาะกระเป๋า เครื่องประดับ และของใช้ต่างๆ ที่ต้องเป็นแบรนด์ดัง แม้กระทั่งถุงผ้าหรือแก้วน้ำก็ต้องมีแบรนด์ โดยยกตัวอย่างว่าเพิ่งซื้อกระเป๋าราคา 70,000 บาท แต่ใช้งานเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะบ่นว่าไม่สวย และวางกองรวมกับใบอื่นๆ

นอกจากนี้ ใกล้วันเกิดภรรยา เจ้าของกระทู้เผยว่า ภรรยาต้องการกระเป๋าหนังราคาเกือบ 400,000 บาท ซึ่งแม้จะไม่มีภาระหนี้สิน แต่เขามองว่าเป็นราคาที่เกินกำลัง พร้อมย้ำว่า หากตนมีฐานะระดับมหาเศรษฐีคงไม่ติดใจ แต่รายได้ปัจจุบันไม่อาจรองรับการใช้จ่ายลักษณะนี้ได้ ทำให้รู้สึกเสียดายเงินและมองว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้อีกมาก

เจ้าของกระทู้ยังเล่าว่า เขาไม่กล้าพูดเรื่องการใช้เงินบ่อยนัก เนื่องจากหากภรรยาโกรธ จะโกรธนาน และมักไม่พูดคุยหรือใกล้ชิดกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ส่งผลให้ความสัมพันธ์เริ่มตึงเครียด โดยเฉพาะเรื่องชีวิตคู่ที่ถูกกำหนดเวลาและจำนวนครั้งอย่างชัดเจน จนเขารู้สึกกดดันและเกิดปัญหาทางใจตามมา

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่ทำให้เขาเสียใจมากที่สุด คือแผนการมีบุตร ซึ่งทั้งคู่เคยตกลงกันว่าจะเริ่มในปี 2025 เนื่องจากอายุใกล้ 35 ปี และภรรยาจะหยุดคุมกำเนิด แต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เขากลับพบว่าภรรยากลับไปทานยาคุมอีกครั้ง โดยไม่ได้บอกล่วงหน้า เมื่อสอบถาม ภรรยากลับเปลี่ยนใจไม่อยากมีลูกแล้ว ทำให้เขารู้สึกโกรธและสับสนว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการที่เขาเพิ่งเปิดใจพูดเรื่องการใช้เงินหรือไม่

เจ้าของกระทู้ทิ้งท้ายว่า เขาพยายามพูดคุยด้วยเหตุผล ใช้เวลาคิดและเตรียมคำพูดอย่างรอบคอบ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาพูดอยู่ฝ่ายเดียว ขณะที่ภรรยาน้ำตาคลอและไม่ตอบโต้ใดๆ ก่อนที่บรรยากาศช่วงปีใหม่และทริปที่วางแผนไว้จะพังลงทั้งหมด

ทั้งนี้ กระทู้ดังกล่าวได้จุดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยชาวเน็ตจำนวนมากร่วมแสดงความคิดเห็นถึงปัญหาค่านิยม การสื่อสารในชีวิตคู่ และความจำเป็นของการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่ความรักจะกลายเป็นภาระทางใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง