เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาทบทวนอำนาจในการรับคำกล่าวหาและดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับสินบนทองคำ 246 บาท
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางมายื่นเรื่องให้คณะพนักงานสอบสวนทบทวนอำนาจหน้าที่นี้ โดยยืนยันว่าที่ดำเนินการมาทั้งหมดขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560
โดยชี้แจงในรายละเอียดว่า ตามอำนาจแล้วตำรวจไม่มีสิทธิที่จะสอบสวนดำเนินคดี เนื่องจากมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเข้ามาเกี่ยวข้องตามขบวนการแล้ว ผู้มีอำนาจในการยื่นร้องเรียนจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือประชาชนผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งร้องเรียนรวมแล้วกว่า 20,000 รายชื่อ เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง และการประกาศยุบสภาของรัฐบาล ทำให้อำนาจตกไปอยู่ที่วุฒิสภา เป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียนไปถึงประธานวุฒิสภา เป็นผู้พิจารณาตามอำนาจ เห็นควรส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา พิจารณาตั้งคณะกรรมการพิจารณาคดี ซึ่งคดีนี้จะเข้าสู่อำนาจหน้าที่ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงอยากขอความเป็นธรรม และขอให้ดำเนินการ 3 ข้อ

- ขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและช่องทางที่กฎหมายบัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร และหลีกเลี่ยงข้อสงสัยว่ากระบวนการอาจไม่เป็นธรรม
- ขอให้รอผลพิจารณาวินิจฉัยเขตอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่ามีหรือไม่มีอำนาจรับคำกล่าวหา
- ในระหว่างที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยในคดีนี้ ขอให้คณะพนักงานสอบสวนงดเว้นการดำเนินการใดๆ ในสาระของคดี ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวนสอบสวน การออกคำสั่ง ขอออกหมายอาญา การให้ข่าวหรือแถลงข่าวที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า การยื่นหนังสือในวันนี้ไม่ได้เป็นการประวิงเวลา แต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องการให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและช่องทางที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อำนาจของพนักงานสอบสวนมีอำนาจแยกผู้ถูกกล่าวหา ดำเนินคดีตามกฎหมายได้หรือไม่ นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตามกฎหมายกำหนดไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจะต้องเข้าสู่ขบวนการตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดเอาไว้ แต่หาก ป.ป.ช. พิจารณาแล้วคืนสำนวนให้กับตำรวจ โดยไม่ส่งให้กับประธานวุฒิสภา อำนาจของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินการมาทั้งหมดก็ต้องยุติหรือถือว่าเป็นโมฆะเลยหรือไม่ ทางด้านทนายยืนยันว่าบทกฎหมายกำหนดเอาไว้อย่างนั้น เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจจะสอบสวนดำเนินคดีดังกล่าว
ส่วนกระแสข่าวที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พยายามหลบหนีออกนอกประเทศนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าใช้ชีวิตเป็นไปตามปกติ และการเดินหน้าเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนหรือป.ป.ช. ทบทวนการพิจารณาคดี ในขณะนี้ไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่เป็นเพียงข้อต่อสู้ตามกฎหมาย




