“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ในวันที่12-15 ม.ค.2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะจัดประชุมปฐมนิเทศโครงการ(สัมมนาใหญ่ ครั้งที่ 1) งานศึกษาความเหมาะสม โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก เพื่อนำเสนอความเป็นมา วัตถุประสงค์ พื้นที่ศึกษา และขอบเขตการศึกษา พร้อมทั้งให้ประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปประกอบการศึกษาฯ โดยวันที่ 12 ม.ค. จัดขึ้นที่โรงแรมบี พี สมิหลา บีช โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท สงขลา จ.สงขลา, วันที่ 13ม.ค. จัดขึ้นที่โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี, วันที่ 14 ม.ค.จัดขึ้นที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา และวันที่ 15 ม.ค. จัดขึ้นที่โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส จ.นราธิวาส

เบื้องต้นใช้เวลาดำเนินการศึกษา 360 วัน หรือประมาณ 1 ปี โดยศึกษาความเหมาะสม ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อมตามแนวเส้นทางเดิม และแนวเส้นทางใหม่ที่มีความเหมาะสมที่สุด พร้อมทั้งออกแบบ และจัดทำรูปแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) ตลอดจนประมาณราคาค่าก่อสร้าง และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) รวมทั้งดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน การศึกษาฯ จะแล้วเสร็จประมาณเดือน พ.ย.2569 จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) เดือน มิ.ย.2569-พ.ค.2570 เสนอกระทรวงคมนาคม เดือน มิ.ย.-ส.ค.2570 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา เดือน ก.ย.-ธ.ค.2570

สำหรับรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก วงเงินประมาณ 3.4 หมื่นล้าน แนวเส้นทางโครงการฯ จะพิจารณาใช้แนวรถไฟเดิมให้มากที่สุด ผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส รวม 13อำเภอ 53 ตำบล มีจุดเริ่มต้นที่ สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ กม.928+580 จากนั้นจะผ่านสถานีใหญ่ๆ ได้แก่ สถานีจะนะ สถานีเทพา สถานีปัตตานี สถานียะลา สถานีรามัน สถานีรือเสาะ สถานีตันหยงมัส สถานีสุไหงปาดี และสิ้นสุดที่สถานีสุไหงโก-ลก ที่ กม.1142+990 สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโก-ลก บริเวณพรมแดนไทย-มาเลเซีย มีระยะทางตลอดแนวเส้นทาง 215 กิโลเมตร(กม.) มี 26สถานี 8 ป้ายหยุดรถไฟ

สถานีรถไฟ จะออกแบบโดยนำสถาปัตยกรรมท้องถิ่นแต่ละจังหวัดมาใช้ โดยแนวคิดการออกแบบ เน้นความเรียบง่าย แข็งแรง และสะท้อนอัตลักษณ์มลายูร่วมสมัย ผ่านเส้นโค้ง ช่องเปิด และผนังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมมัสยิด และเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิม การประยุกต์ลวดลายเรขาคณิต และพฤกษชาติ กับองค์ประกอบภายนอกอาคาร ลักษณะหลังคาเป็นแบบปั้นหยา-มะนิลา ชายคาที่ยื่นยาว และระบบกันแดดแนวตั้ง-แนวนอน ช่วยลดความร้อน และฝนสาด พร้อมเสริมภาพลักษณ์สถานีให้ดูโปร่ง สอดคล้องกับภูมิปัญญาการระบายอากาศของเรือนมลายูดั้งเดิม สำหรับวัสดุที่เลือกใช้สะท้อนจิตวิญญาณท้องถิ่นผ่านลวดลาย และสีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าบาติก กระเบื้องสี และงานไม้ฉลุมลายู แต่ถูกปรับให้ร่วมสมัยด้วยวัสดุชนิดใหม่ เพื่อเพิ่มความทนทาน และลดการบำรุงรักษา

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่เส้นทางนี้ อยู่ในแผนงานกลุ่มโครงการที่สมควรได้รับการพิจารณาพื้นที่ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการเดินทาง ตามการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุม และเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศ และรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ (R-MAP)  สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟทางคู่ ระยะ(เฟส)ที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ รวมถึงจะเป็นจุดเชื่อมต่อกับทางรถไฟประเทศมาเลเซียได้ ด้วยเส้นทางรถไฟปาเซอร์มัส – รันเตาปันยัง รัฐกลันตัน ที่ทางมาเลเซียมีโครงการจะฟื้นฟูเส้นทางดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว ข้ามพรมแดนมาเลเซีย–ไทยได้อย่างดี.