เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 ม.ค.69 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะแม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม.ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงให้ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 เบอร์ 13 พรรคภูมิใจไทย ที่หมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศน์ 3 ซอยสายไหม 20 หลังจากนั้นนายเอกนัฏ และนายเอกภพได้ขึ้นรถแห่ไปปราศรัยต่อยังหมู่บ้านมนชญา 1 ซอยสายไหม 21

นายเอกภพ กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำได้จริง อย่างกระทรวงพาณิชย์ ที่ดูแลราคาพืชผลการเกษตร แต่ละรัฐบาลตัดสินใจเอากระทรวงพาณิชย์ให้นักการเมือง แต่พรรคภูมิใจไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้กับบุคคลท่านหนึ่งที่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถมาก นั่นคือ ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ทำให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้นจากเดิม

นายเอกภพ กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยกำลังทำให้ทุกท่านได้เห็น โดยเฉพาะการหาเงิน จึงนำท่านศุภจีมา สิ่งที่ประชาชนอยากได้เราต้องเริ่มจากการหาเงิน หลายคนบอกว่าจะให้เงิน จะแจกเงิน แต่ไม่เคยมีใครพูดถึงการหาเงิน จึงอยากให้ประชาชนตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้ พรรคการเมืองที่ลด แลก แจก แถม ถามว่าเอาเงินมาจากไหน เพราะเงินที่นำมาใช้เป็นเงินภาษีจากประชาชน ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเขตสายไหมได้เห็นแล้วว่าพื้นที่ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ความจริงแล้วควรเกิดการพัฒนา ผู้แทนของเราควรไปผลักดันงบประมาณ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เอานโยบายดีๆ มาลงในพื้นที่ แต่ทำไมวันนี้ยังเหมือนเดิมอยู่

“ท่านอาจจะเห็นฝีมือของผู้แทนที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นฝีมือของเอกภพ ครั้งนี้ขอโอกาสเลือกผมสักครั้งหนึ่ง 4 ปีนับจากนี้ท่านจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นของเขตสายไหมอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่เราคาดหวังนโยบายดีๆ จะเกิดขึ้นได้ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 และผมไปเป็นสส.เขตสายไหมเบอร์ 13 เมื่อก่อนผมเป็นเอกภพสายไหมต้องรอดช่วยได้ทีละคน แต่ถ้าได้เป็นสส.จะช่วยคนได้ทั้งประเทศ” นายเอกภพ กล่าว

ด้านนายเอกนัฏ กล่าวว่า วันนี้ถ้าพูดชื่อ ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ ท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ตนชิดซ้ายเลย ท่านศุภจีทำให้ราคาข้าว มันสำปะหลัง พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัว  พรรคการเมืองบางพรรคขายฝัน แต่ฝันนั้นไม่เคยเป็นจริง แต่เมื่อนายเอกนิติเข้ามา 2 เดือน สามารถทำโครงการคนละครึ่งพลัส ทั้งหมดนี้ยังทำไม่เสร็จ 100% เพราะออกมาเฟสแรกไม่ทันไรยุบสภาเสียก่อน สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนถ้าได้เข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งนี้ก็จะเปิดโอกาสการอัปเดตปรับฐานข้อมูลใหม่ ส่วนท่านสีหศักดิ์ รมว.กระทรวงต่างประเทศ เป็นตัวแทนของประเทศไทยในเวทีโลก จากการสู้รบกับกัมพูชา ไปชี้แจงเวทีโลกไม่น้อยหน้าใคร ไม่มีใครสามารถทำอะไรเราได้ เพราะเราแสดงจุดยืนได้อย่างแข็งแกร่ง

นานเอกนัฏ กล่าวว่า ลองคิดย้อนกลับไปดูในประวัติศาสตร์เวลาพรรคการเมืองแข่งกันมักจะไม่บอกล่วงหน้า ไม่เปิดชื่อของรัฐมนตรีก่อน แต่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยประกาศชัดเจนเป็นนโยบายเดินหน้าเข้าสู่เลือกตั้งว่า หากเลือกสส.ของพรรคภูมิใจไทย เราจะโหวตให้ท่านอนุทินเป็นนายกฯ และท่านอนุทินจะตั้งท่านเอกนิติ ท่านสีหศักดิ์ ท่านศุภจีเป็นรองนายกฯ พ่วง 3 กระทรวงสำคัญคือกระทรวงการคลัง กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นชิ้นเนื้อหอมของนักการเมือง แต่ก็ขอโทษด้วย วันนี้พรรคภูมิใจไทยประกาศล่วงหน้าว่าจะเอา 3 คนนี้ที่ทำงานประสบผลสำเร็จมาแล้ว มีผลงานจับต้องได้มาเป็นรัฐมนตรี

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ทำไมเราจะต้องมาเสี่ยงทายว่าหากได้รัฐบาลมาแล้วหน้าตาจะเป็นยังไง แต่ครั้งนี้เลือกแล้วรู้ว่าจะได้ 3 ท่านนี้มาทำงาน สิ่งสำคัญคือต้องเลือกท่านอนุทินเข้ามาเป็นนายกฯ ก่อน ที่ผ่านมาเราได้เห็นบุคลิกของท่านชัดเจนมาก เป็นคนที่น่ารัก มีจิตใจเมตตา  และมีความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านคือคนที่จะไม่เอาผลประโยชน์ของประเทศไปต่อรองกับใคร และมีเสียงเรียกร้องว่า ถ้ากลับมาเป็นรัฐบาลสิ่งที่อยากเห็นคือรีบสร้างกำแพงทันที

“สำหรับพรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำพลัส ทุกนโยบายที่ประกาศออกไปจะต้องทำหมดทุกเรื่อง เพราะเพียงแค่ไม่ถึง 3 เดือนก็ทำให้เห็นแล้วและถ้าใครไม่อยากเสี่ยงเที่ยวนี้ อยากได้มือดี ท่านเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ถ้าไม่อยากเสี่ยงทายว่าตกลงคนละครึ่งพลัสจะกลับมาไหม จะมีนโยบายดีๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจ อยากสร้างกำแพง แต่เลือกภูมิใจไทยอย่างเดียวไม่พอ อยากให้เลือกนายเอกภพเบอร์ 13 ด้วย ที่มีผลงานตั้งแต่ช่วงโควิด -19 ระบาดหนักๆ มั่นใจเลยว่านายเอกภพทำงานให้กับพี่น้องประชาชนแน่นอน” นายเอกนัฏ กล่าว.