เวที “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” จัดโดย เอสซีจี และเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือใน การผลักดันแนวคิด Reinvent Thailand เพื่อสร้างอนาคตเศรษฐกิจที่แข็งแรง และยั่งยืน ผ่านการผสานเทคโนโลยี เอไอ ดิจิทัล และ กรีนอินฟราสตรัคเจอร์ เข้ากับโมเดลความร่วมมือรัฐ–เอกชน-ประชาชน (พีพีพีพี) เพื่อเปลี่ยนเอสเอ็มอีจากผู้รับผลกระทบ ให้ กลายเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจยั่งยืน ตั้งแต่พลังงานสะอาด การจัดการขยะ การเกษตรมูลค่าสูง ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ในวันที่โลกเดินหน้าไปสู่เน็ต ซีโร่ และการค้าสีเขียว คำถามสำคัญของประเทศไทยไม่ใช่แค่ว่า “จะโตเท่าไร” แต่คือ จะโตอย่างยั่งยืนพอหรือไม่…ในโลกที่ไม่ยอมให้ใครเติบโตบนต้นทุนของสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป
“ชนะ ภูมี” ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะวิกฤติการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โตต่ำสุดในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนคนป่วยของเอเชีย หรืออยู่ในสภาวะติดเตียง เช่นเดียวกับสัดส่วนเอสเอ็มอี สะท้อนการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างรุนแรง ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมไทยต้องก้าวกระโดดสู่สมาร์ต อินดัสทรี ต่อยอดศักยภาพปัจจุบันด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ
พร้อมทั้งพัฒนากรีน อินฟราสตัคเจอร์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการเเข่งขันของเอสเอ็มอีไทย ให้สอดคล้องกับซัพพลาย เชน โลกยุคใหม่ โดยมีทุน 3 ด้านเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ ทุนมนุษย์ พัฒนาทักษะแบบใหม่สำหรับอุตสาหกรรมของอนาคต ทุนข้อมูล ข้อมูลที่เข้าถึงแหล่งทุนและลูกค้า สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และทุนองค์กร ระบบมาตรฐานความร่วมมือตลอดทั้งห่วงโซ่ที่ทำให้เอสเอ็มอีเข้าโกลบอล แวลู เชนได้จริง

หัวใจการพลิกโฉมเอสเอ็มอี เน้น 5 กลยุทธ์ คือ 1.ปกป้องตลาดในประเทศ : ใช้การจัดซื้อภาครัฐ ส่งเสริมโลคัล คอนเทนต์ และกำหนดมาตรฐาน มอก. เพื่อก่อให้เกิดการใช้ “สินค้าไทย” ที่มีมาตรฐาน และกีดกันสินค้าไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศ 2.ขยายการส่งออก : เร่งผลักดันเอฟทีเอ และเครื่องมือช่วยเหลือด้านมาตรฐาน เพื่อการเข้าถึงคู่ค้า 3.ลดต้นทุนพลังงานและขนส่ง : ผลักดันการขยายสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง & การขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า และสมาร์ต โลจิสติกส์ เพื่อให้ “ต้นทุนแข่งขันได้”
4.ลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น : ลดเวลาและค่าใช้จ่ายแฝง ให้เอสเอ็มอี ทำธุรกิจได้เร็วและง่ายขึ้น 5.ความร่วมมือรัฐ–เอกชน–ประชาชน : ทำงานเชิงพื้นที่และรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดพลังและขยายผลได้เร็ว โดยผลักดันการสนับสนุนของภาครัฐด้านการเงิน และอาร์แอนด์ดี เพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจของเอสเอ็มอีให้เติบโตไปด้วยกัน
พลังขับเคลื่อนจะเกิดขึ้นจริงได้ต้องผสานความร่วมมือทุก ภาคส่วน ด้วยโมเดลการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (พีพีพีพี โมเดล) ดังผลสำเร็จของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ผสานความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน กว่า 50 องค์กร ที่เปลี่ยนการนำเข้าถ่านหินเป็นพลังงานสะอาดในประเทศ ใช้เทคโนโลยีส่งเสริมเกษตรแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการฟื้นฟูป่าชุมชน ช่วยสร้างเศรษฐกิจให้ SMEs ในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยสร้างรายได้กว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี โมเดลนี้พร้อมสำหรับการขยายผลต่อไปในระดับประเทศ ซึ่งจะสามารถเพิ่มจีดีพี และสร้างรายได้มากกว่า 300,000-400,000 ล้านบาท”
“หากเกิดความร่วมมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและร่วมใจกันพลิกโฉมเอสเอ็มอีไทย เพื่อให้เอสเอ็มอีได้รับประโยชน์เติบ
โตจาก 35% เป็นมากกว่า 50% ของจีดีพี และจีดีพี ไทยจะโต 4-5% ได้จริง”.



