ในช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้ง หลายครั้งที่กองเชียร์พรรค “เลยเถิด” ไปโพสต์ความเท็จ หรือสร้างความเกลียดชัง ซึ่งก็ต้องดึงสติอย่าสร้างขยะพิษออนไลน์กันด้วย รักชอบใครก็คิดก่อนโพสต์เยอะๆ เห็นใครมาแสดงความเห็นกวนใจก็ไม่ต้องตอบโต้มันไปหมด เพราะอาจผิดกฎหมายหมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายเลือกตั้ง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า คณะทำงานติดตามการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-War Room) ตรวจสอบคลิปภาพและเสียงเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง พบมี 5 คลิป และ 34 ข้อความโพสต์ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือใช้ข้อความก้าวร้าว รุนแรง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงาน ส่วนมากผู้ทำจะเป็นประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง เพื่อให้บรรยากาศการแข่งขันมีความเป็นประชาธิปไตยต้องอย่าสร้างความสับสน เกลียดชัง ใส่ร้ายกัน

การตอบโต้กระแสด้อยค่าทหารมีไว้ทำไมของพรรคส้ม พรรคประชาชน (ปชน.) ก็ยังเข้มข้น “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ได้โพสต์อัลบั้มรูป “ทหารชั้นผู้น้อยประกาศเลือกพรรคประชาชน” มีภาพเกือบ 50 ภาพ เป็นภาพอดีตทหารชั้นผู้น้อยที่โพสต์สนับสนุนพรรค ปชน.หลายภาพ จากที่ก่อนหน้านั้น รักชนกเคยรณรงค์ให้ทหารชั้นผู้น้อยออกมาบอกเล่าเรื่องปัญหาในค่ายทหาร

รักชนก โพสต์ว่า “เมื่อวานมีแค่ไม่กี่โพสต์ แต่วันนี้มันกลายเป็นไวรัลเต็มไทม์ไลน์ ทหารชั้นผู้ใหญ่ กล่าวหาว่าพรรค ปชน. ด้อยค่าทหาร ทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดและเกลียดชังพวกเรา พยายามบิดเบือนความหมายของวลี ทหารมีไว้ทำไม แต่ทหารชั้นผู้น้อยกลับร่วมใจกันออกมาแสดงพลังสนับสนุนพรรค ปชน. เพราะรู้ว่าใครยืนอยู่ข้างพวกเค้าจริงๆ ดูความจริงใจของพรรคการเมือง นอกจากดูน้ำลายตอนหาเสียง ให้ดูการกระทำตลอดเวลาที่ผ่านมาด้วย”

“พรรคจะแก้หนี้ทหาร ข้าราชการทหารและลูกจ้างสังกัดกระทรวงกลาโหม รวม 250,507 นาย หลังหักหนี้เงินกู้สหกรณ์ มี 53,210 นาย เงินเดือนเหลือไม่ถึง 30% มี 81,030 นาย เงินเดือนเหลือต่ำกว่า 9,000 บาท นโยบายพรรค ปชน. จะคุมการหักเงินเดือนให้เหลือไม่ต่ำกว่า 9,000 บาท ตรวจสอบดอกเบี้ยให้เป็นธรรม ลดจำนวนกำลังพลระดับสูง ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมโครงการ 1,350 นาย ภายใน 2 ปี เพื่อปิดอัตราชั้นนายพล พันเอก และพันโท นำงบประมาณที่ลดได้จากการปิดอัตราไปเพิ่มค่าตอบแทนและสวัสดิการให้นายทหารระดับปฏิบัติการ”

น่าสนใจว่า การเปิดให้แฉเรื่องราวในค่ายทหาร จะทำงานเข้าพรรคส้มอีกหรือไม่ โดยเฉพาะอาจโดนครหา “หาเสียงโดยทำให้เกิดความแตกแยกในกองทัพ” ก็ต้องรอดูกันไป

บรรยากาศการหาเสียงเข้มข้นขึ้น “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงภาคใต้ วันที่ 14 ม.ค. เริ่มจากภูเก็ต ลงพื้นที่ตลาดเกษตร อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อช่วยหาเสียงให้กับน.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 1 พรรคภูมิใจไทย มีแม่ค้าในตลาดบอกนายอนุทินว่า “รบกับเขมรเอาให้ชนะ” จากนั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยปั่นจักรยานหาเสียงนอกตลาดเกษตร

เสี่ยหนูให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนสะท้อนว่าไม่มีความสุขกับพวกรถซิ่งรถแว้น โดยต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว ขับแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย เขาก็บอกยกเลิกฟรีวีซ่าเลย นี่คือสิ่งที่เราต้องอธิบายให้เขาฟังว่าไม่เกี่ยวกับฟรีวีซ่า เกี่ยวกับเราต่างหาก เราต้องไปกำชับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะตำรวจที่ดูแลเรื่องการจราจร ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

“ส่วนเรื่องแก้ปัญหาชายแดนนั้น เห็นว่า ความหวงแหนแผ่นดินอยู่ในหัวใจคนไทย ไม่ต้องเอาเรื่องนี้มาหาคะแนน ที่หลายคนว่าพรรคภูมิใจไทยปั่นกระแสเรื่องชาตินิยม เห็นว่า เราต้องนิยมชาติเราเอง คนที่ว่ากระแสชาตินิยมไม่ดีเป็นคนไทยหรือเปล่า เห็นแก่ชาติอื่นดีกว่าประเทศไทยหรือเปล่า เช่นนั้น พูดได้อย่างไรว่าจะอาสามาทำงานเพื่อบ้านเมือง”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจว่านโยบายเศรษฐกิจทุกอย่าง Quick Big Win ของเราทำให้รถยนต์เศรษฐกิจไทยที่ติดหล่มพ้นจากหล่มแล้ว แต่ก็ยังไม่พอ เราต้องทำให้การเพิ่มรายได้กระจายตัวทุกคน สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือ ต้องลดภาระการใช้จ่าย เช่น โซลาร์เซลล์ชุมชน ขายไฟฟ้าตรงให้ประชาชน โครงสร้างไฟฟ้าครัวเรือนใช้ไม่เกิน 200 หน่วย ราคาไม่เกิน 3 บาท/หน่วย ทำให้รายจ่ายค่าไฟฟ้าลด

“โครงการลดภาระที่สำคัญคือปิดหนี้ไว ไปต่อได้ หนี้ที่ไม่เกิน 1 แสนบาท มีอยู่ประมาณ 1 ล้านราย สามารถที่จะมาปิดหนี้ได้ตามความสามารถ เพื่อลดหนี้ ยืดหนี้ และถ้าจ่ายตรงเวลาจะได้ลดดอกเบี้ยให้ต่อไปอีก เพื่อต้องการให้กลับมาเป็นคนที่มีวินัยทางการเงิน เคยพลาดมาแล้ว แต่ต้องให้โอกาสกลับมากู้ใหม่ได้ โครงการที่เราจะทำช่วยเอสเอ็มอีคือ ลดภาษีเพื่อไม่กลัวในการเข้าสู่ระบบ แต่เมื่อรวยขึ้น ต้องแบ่งรายได้มาให้รัฐ เพื่อรัฐจะได้เอารายได้มาพัฒนาประเทศ”

เวลา 07.00 น. ที่สวนลุมพินี เขตปทุมวัน “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ หาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ 14 ม.ค. ระดับฝุ่นพีเอ็ม 2.5 พุ่งสูง แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์สำหรับการแก้ไขปัญหา อาทิ เร่งผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ ลดค่าขนส่งสาธารณะ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า รถเมล์ เหลือ 5-30 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะ มีมาตรการสนับสนุนไม่ให้เกิดการเผา

“พรรคประชาธิปัตย์จะจัดงานระดมทุนในวันที่ 17 ม.ค. ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน จะไม่ขายโต๊ะ เนื่องจากอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง จะมีเพียงเป็นการพบปะสมาชิกพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรค ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค.นี้ เราจะแถลงข่าว ทำอย่างไรไทยหายจน เปิดแผนปฏิบัติการ 90 วันแรก”

“ส่วนนโยบายกับคนใต้ เน้นเรื่องการประกันรายได้ สำหรับยางพารา พรรคจะผลักดันให้สูงกว่าค่าประกันที่อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ให้ไปถึง 80 บาท จากการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ไม่คุ้มค่ากับระบบเศรษฐกิจ ประหยัดเวลาได้น้อยเมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุนและคลองไทย แต่การขุดคลองจะกลายเป็นการดึงความขัดแย้งเข้ามาสู่ภูมิภาคได้ ดังนั้น สิ่งที่ทำได้คือการเชื่อมโยงท่าเรือปีนัง ฝั่งอันดามัน โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้การได้อย่างมีประโยชน์”

ที่ตลาดสืบศิริ จ.สระบุรี พรรคเพื่อไทย นำโดย “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกฯ และคณะ ลงพื้นที่หาเสียง โดยเพื่อไทยจะหาเสียงสระบุรี–โคราช

ที่เทศบาลตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ดร.เชนเดินทางมาถึงเวทีปราศรัย เขากล่าวตอนหนึ่งว่า หากเลือกพรรคเพื่อไทยถล่มทลาย เราจะเปลี่ยนความฝัน ความหวัง เป็นความจริง หนี้ที่ประชาชนเจออยู่ เราพร้อมเข้าไปช่วยแก้ เพราะเราจะเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้ หากต้องใช้หนี้ทุกวัน การพักหนี้ทำให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น แล้วลุกขึ้นยืนใหม่ได้ เราจะรับประกันกำไรสินค้าการเกษตร 30% หากเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไป คอร์รัปชันไม่จบไม่เลิก ยาเสพติดไม่จบไม่เลิก

“พรรคเพื่อไทยก็มีการหยั่งเสียงภายใน ซึ่งผลทำให้พวกเราชุ่มชื่นหัวใจมาก หลายเขตที่โพลออกมาไม่ตรงกับโพลเพื่อไทย ส่วนที่นักวิเคราะห์มองว่า 2 สี ที่จะแข่งกันจัดตั้งรัฐบาลคือสีน้ำเงินกับสีส้มนั้น เราไม่เคยยอมรับเรื่องนี้ เรายังมองไปข้างหน้าว่าเราจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่แน่นอนว่าการทำงานจะต้องทำร่วมกัน ไม่อยากให้ประชาชนหรือสื่อมวลชน มองว่าเพื่อไทยเป็นอันดับ 3 จะจับมือใครเรามองที่นโยบาย มองคนที่ทำงานได้ แต่ที่แน่นอนคือความสุจริต คอร์รัปชันก็ไม่เอา เทาก็ไม่เอา วันนี้หากเราเลือกคนมาทำงานต้องเป็นคนสุจริต” ดร.เชน กล่าว

พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัว “ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” ในแคมเปญ The Professionals เพิ่มเติม ได้แก่ นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ อดีตผู้บริหารไลน์แมน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 5 เป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านเศรษฐกิจใหม่ นายอิสริยะ กล่าวว่า ตั้งใจจริงที่อยากจะเข้ามาเปลี่ยนประเทศไทย ในประเด็นสำคัญเรื่องการปฏิรูปรัฐ