นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงถึงหลักเกณฑ์การลงโทษผู้รับเหมา กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในรายการเจาะลึกทั่วไทยว่า
“นายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์กำชับให้กรมบัญชีกลางเร่งหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ซึ่งกรมบัญชีกลางน้อมรับและยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้ดีที่สุด พร้อมฝากย้ำไปยังทุกส่วนราชการให้ช่วยกันตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาของผู้รับเหมาอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน”
ทั้งนี้ในข้อสงสัยเรื่องการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้รับเหมาที่เกิดอุบัติเหตุนั้น ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ปัจจุบันกรมบัญชีกลางมีอำนาจประกาศรายชื่อผู้ทิ้งงานได้ภายใต้เงื่อนไข 6 รายการ แต่ในทางปฏิบัติ กรมบัญชีกลางไม่สามารถประกาศแบล็กลิสต์เองได้โดยพลการ ขั้นตอนที่ถูกต้องคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการที่เป็นคู่สัญญาต้องเป็นผู้พิจารณาและเสนอเรื่องมายังกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานราชการใดเสนอเรื่องให้แบล็กลิสต์ผู้รับเหมาในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงหรือมีผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่ที่มีการส่งเรื่องมาเป็นปกติคือกรณีผู้รับเหมาทิ้งงานหรือไม่ยอมมาเซ็นสัญญาเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริง มาตรา 109 ของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ได้เปิดช่องให้หน่วยงานรัฐสามารถสั่งทิ้งงานได้ หากผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นความปลอดภัยหากมีการระบุเงื่อนไขไว้ในสัญญาจ้าง รวมถึงเรื่องการทำสัญญารับเหมาช่วง ว่ามีการปฏิบัติตามกฎหรือไม่
“สัญญาภาคราชการมีความเข้มงวดมาก หากหน่วยงานระบุเงื่อนไขด้านระบบความปลอดภัยไว้ในสัญญา แล้วผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามจนเกิดเหตุ ก็สามารถใช้เป็นเหตุในการเสนอ Blacklist ได้ทันที”
นางแพตริเซีย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำ “สมุดพกผู้รับเหมา” เพื่อควบคุมพฤติกรรม โดยเฉพาะผู้รับเหมาที่อยู่ในชั้นพิเศษโดยล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 69 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลงนามในกฎกระทรวง และในวันที่ 13 ม.ค. 69 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้วโดยหลังจากนี้ภายในช่วงสิ้นเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือนหน้า กรมบัญชีกลางเตรียมเสนอคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ และคณะกรรมการราคากลาง เพื่อออกระเบียบและหลักเกณฑ์รายละเอียดเกี่ยวกับการตัดคะแนน และการเพิกถอนทะเบียนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนบังคับใช้ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินหรือเป็นผลเสียต่อรัฐ
“ระบบคะแนนในสมุดพกจะเริ่มใช้กับโครงการใหม่ที่จะยื่นประมูล แต่สำหรับสัญญาก่อสร้างที่กำลังดำเนินการอยู่ (Ongoing) หากเกิดเหตุหลังจากระเบียบประกาศใช้ ก็สามารถใช้หลักเกณฑ์ใหม่ในการพิจารณาเพิกถอนทะเบียนได้ทันที”



