เมื่อเวลา 12.00 น. เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และคณะ เดินทางต่อมาถึงตลาดสดเขาปีบ ต.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เพื่อหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ชุมพร ทั้ง 3 เขต และพบปะพี่น้องประชาชนบริเวณตลาดสด ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น ประชาชนต่างเข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายอนุทิน พร้อมให้กำลังใจ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 

จากนั้นนายอนุทิน ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยย่อยว่า ต้องขอบคุณพี่น้องที่ให้หมวกตนมาสวมเมื่อสักครู่ด้วย ช่วยตนได้เยอะเลย เพราะอากาศร้อน วันนี้ตนมาฝากเนื้อฝากตัว และก็ฝากเบอร์ คือเบอร์ 4 ชุมพร ทั้ง 3 คนจับได้เบอร์ 4 หมดเลย ก็ขอให้พ่อแม่พี่น้องได้ให้ความมั่นใจ และให้ความไว้วางใจกับ นายสุพล จุลใส ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต 3 พรรคภูมิใจไทย หรือ สส.ลูกช้าง ซึ่งเบอร์ 4 เหมือนกัน แต่จะขอเบอร์ 4 อย่างเดียวไม่พอ เพราะเดี๋ยวลูกช้างเข้าไปคนเดียว ก็ฝากลูกหนูเข้าไปด้วย เบอร์ 37 เป็นเบอร์ของพรรคภูมิใจไทย 


นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนดีใจมากที่ได้มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพร กว่าจะจีบลูกช้าง ลูกหมี (นายชุมพล จุลใส) ได้ลูกหนู แทบต้องไปเกิดใหม่ ตนอยากร่วมงานทางการเมือง อยากทำงานผ่าน สส.ลูกช้าง ลูกหมี และก็นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต 1 พรรคภูมิใจไทย และนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ก็ฝากพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรให้โอกาสกับตน และพรรคใจไทยด้วย วันนี้ตนรู้สึกว่าทีมงานที่ชุมพรมีความเข้มแข็งมาก เพราะมีทั้งทีมนายก อบจ. นายกโต้งมาช่วยงาน มาเป็นกระบุงเลย ได้รับความอบอุ่นมากๆ การต้อนรับเหนือความคาดหมายจริงๆ ตนต้องถือว่าเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ ที่พ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรได้มอบให้ตน 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่พวกเราจะทำให้พวกท่าน เพราะเรารู้ปัญหา และสิ่งที่พวกท่านอยากได้คืออะไร ปัญหาปากท้อง ปัญหาการสร้างรายได้ ราคาพืชผลทางการเกษตร ผลไม้ อย่างทุเรียน ตอนน้ำแล้ง ตนได้เข้าสู่สวนทุเรียนแล้วเห็นกับตา อยู่กรุงเทพฯ ไม่เคยเห็น ตอนเป็น รมว.มหาดไทย เขาพามาที่ชุมพร เห็นเลยว่าน้ำแต่ละหยดมีค่ายังไง ถ้าไม่มีน้ำทุเรียนของคนชุมพรจะเป็นยังไง แต่ถ้าเราสามารถจัดการน้ำมาให้ได้ รายได้ของคนชุมพรอย่างเช่นชาวสวนทุเรียนก็จะเพิ่มมากขึ้น รายได้อื่นๆ ยางพารา และก็ปาล์มก็จะตามขึ้นมาด้วย

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เลือก สส.พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 คน เข้ามา รับรองว่าเสียงของคนชุมพรจะดังกึกก้อง พวกตนก็จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเจริญในจังหวัดชุมพร พ่อแม่พี่น้องที่ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ เราจะกระตุ้นให้พ่อแม่พี่น้องมีรายได้ที่มากขึ้น อย่างเช่นพ่อแม่พี่น้องที่ขายสินค้า ขายอาหาร ขายของกิน ไปขึ้นทะเบียนคนละครึ่งพลัส อย่าหลุด อย่าพลาดอีก แต่ตนจะขยายให้ครอบคลุมให้มากกว่าเดิม จะให้พ่อแม่พี่น้องไปขึ้นทะเบียนได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนขายของก็จะได้ขายมากขึ้น นี่คือสร้างรายได้ ลดรายจ่าย คนที่ไปซื้อของโดยใช้คนละครึ่งพลัส ก็ลดรายจ่ายลงมาครึ่งหนึ่ง ซื้อ 1 ได้ 2 นี่คือโครงการคนละครึ่งพลัส ที่มั่นใจว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของเรา ทำให้เรามีความสุข ทำให้เราจับจ่ายใช้สอย ทำให้เราค้าขายของได้มากขึ้น 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ราคาพืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน ไปขายทุเรียนลูกไม่ได้แล้ว แกะออกมาขายทีละพู ใส่แล้วขายไปเผลอๆถ้าทำทุเรียนได้ดี น้ำถึงแล้วปุ๋ยถึง มีการพัฒนาสายผลิตพันธุ์ถึง เราสามารถขายทุเรียน แค่ถาดเดียว เท่ากับราคาทุเรียนทั้งลูกได้ นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องนำมาให้กับพ่อแม่พี่น้อง ให้มีการพัฒนาตลาด เพิ่มมูลค่าของสินค้าให้กับพ่อแม่พี่น้องให้ได้ ส่วนเรื่องการสาธารณสุขไม่ได้ห่วงอยู่แล้ว เพราะว่าเราก็จะเพิ่ม ในเรื่องของสุขภาพ โรงพยาบาลต่างๆ จะมีการตั้งศูนย์มะเร็ง เพราะตนเคยเป็น รมว.สาธารณสุข มา 4 ปีเต็ม รู้วิธี รู้ผู้คน รู้วิธีที่จะไปบอกกับคุณ ขอว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องมีศูนย์มะเร็งที่จังหวัดชุมพร ตอนนี้ศูนย์มะเร็งที่ใกล้ที่สุดอยู่ จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ จ.นครศรีธรรมราช เมืองใหญ่ทั้งคู่ คนชุมพรไปต้องไปเข้าคิว เพราะฉะนั้นมาตั้งอยู่ที่ชุมพร จะได้มีแหล่งการรักษาพยาบาลที่ดี นอกจากศูนย์มะเร็งแล้ว ต้องตั้งศูนย์หัวใจด้วย มาให้กับพ่อแม่พี่น้องชุมพรให้เข้าถึง มีสุขภาพแข็งแรง เกิดญาติพี่น้องพ่อแม่เราเจ็บป่วย เราก็จะได้ไม่ต้องหยุดงาน ไม่ต้องพาท่านทั้งหลายเหล่านั้นข้ามไปยังจังหวัดอื่นๆ เสียโอกาส เสียเงิน ค่าเดินทาง เสียเวลาทำมาหากินของพวกเรา 

“ชุมพรมี สส. ยกจังหวัด 3 คน ใครไม่ฟังไม่ได้ ลูกช้างฟาดงวง ใครไม่ฟัง ลูกหมีตะปบ ใครไม่ได้ฟัง สส.วิชัย ว่าที่ สส.กิต ก็จะต้องดำเนินการทุกอย่าง ให้ความต้องการของพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรเกิดขึ้นให้ได้ สิ่งที่พ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรต้องการก็คือ ความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทย ที่จะบันดาลสิ่งเหล่านั้นให้กับพ่อแม่พี่น้องทุกคน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมมาเห็นแล้วมั่นใจว่าชุมพรจะต้องมีการพัฒนา ชุมพรจะต้องเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ มีคนมาท่องเที่ยวเยอะๆ เราจะทำให้การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเกิดขึ้น พ่อแม่พี่น้องก็จะได้มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่มีนักเลงคนไหนกล้าเข้าชุมพรแล้ว เข้ามาลูกหมีตะปบตายหมด เพราะฉะนั้นเราจะต้องเอาแต่สิ่งดีๆ สิ่งที่เป็นมงคล เข้ามาในจังหวัดชุมพร ทำให้มันเจริญ ที่มันเจริญอยู่แล้วเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นไปอีก มีของดีอยู่แล้ว มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคารพไปทั่วประเทศ มีกรมหลวงชุมพรฯ คุ้มครองเป็นสิริมงคล ผมมาชุมพร ต้องขอโทษที่ไม่เคยออกมาตรงนี้เลย เพราะมากี่ทีก็ไปไหว้เสด็จเตี่ย ไม่มีโอกาสมาที่นี่ วันนี้มีโอกาสมาแล้ว ก็จะขอฝากเนื้อฝากตัวให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพร รับรองว่าพวกเราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง เพราะเราพูดแล้วทำ แหลงแล้วทำ ขอฝากพรรคภูมิใจไทย ผู้สมัคร สส. ทั้ง 3 คน เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 อนุทิน ชาญวีรกูล มาฝากเนื้อฝากตัวกับท่าน เลือกอนุทิน คนติดดิน รับใช้คนชุมพร” นายอนุทิน กล่าว

ต่อมาเวลา 12.45 น. นายอนุทิน ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่บริเวณตลาดนัดดอนหว้า ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร มีประชาชนตั้งแถวสองข้างทางเข้ามาต้อนรับนายอนุทิน ขอถ่ายรูปเซลฟี่ และชูป้ายให้กำลังใจกันอย่างคึกคักเช่นเดิม 

จากนั้นนายอนุทิน ขึ้นกล่าวปราศรัยบนรถขยายเสียงตอนหนึ่งว่า ตนมา อ.สวี เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกมาในช่วงที่เป็น รมว.สาธารณสุข ซึ่งนั่นมีเหตุน้ำท่วม มาสวี 2 ครั้ง น้ำท่วมทุกครั้ง คราวที่แล้วอุทกภัย คราวนี้มา น้ำใจท่วมหัวใจตน นอกจากนี้ตนขอบคุณแม่ค้าที่นำเค้กกล้วยหอมมามอบให้ ก็ขอให้ชาวสวีทำอะไรก็กล้วยๆ เหมือนเค้กกล้วยหอมนี้ ตนเดินมาสังเกตเห็นที่คอของพี่น้องชาวชุมพร สร้อยคอไม่ต่ำกว่า 5 บาททุกคน เชื่อว่าประชาชนคงทำมาหากินได้ แต่พรรคภูมิใจไทย โดยตนและผู้สมัคร สส. เป็นคนที่จะมาเป็นผู้แทนของ จ.ชุมพร หลายคนคงคิดว่าได้ 3 คนนี้มาแล้ว จะได้อนุทินด้วย แต่ไม่ใช่ได้ 3 คนนี้มาแล้วยังไม่พอ ถ้าไม่กาเบอร์ 37 อนุทินมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอให้ซื้อแพ็กคู่ ซื้อ สส. แพ็กนายกฯ ไปด้วย จะได้พูดเต็มปากว่าชุมพรมี สส. ยกจังหวัด และมีนายกฯ ชื่ออนุทิน เป็นลูกน้องชาวชุมพรทุกคน และช่วยกันนำความเจริญ นำมาซึ่งโอกาสให้ชาวชุมพรได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น โดยสิ่งแรกที่จะเข้าไปแล้วทำคือ โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 

“ประชาชนไม่ต้องกลัว เพราะหากไม่ทำเดี๋ยวตนตาย ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องอดตาย แต่ผมจะตายก่อน ถูกประชาชนกระทืบแบนแน่นอน ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสแรก พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสำคัญกับตนมากที่สุด เชื่อว่าแม่ค้าขายของได้มากขึ้นแน่นอน ถือเป็นการเพิ่มรายได้ ส่วนการลดรายจ่าย คือการที่เราใช้เงินครึ่งเดียว เท่ากับเราเพิ่มรายได้ให้คนขาย และลดรายจ่ายให้ผู้ซื้อ โครงการนี้ไม่มาไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว


นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ทุกคนทราบดีว่าหากตนเข้าไป คนที่จะมาดูเรื่องการค้าขายส่งออกให้ทุกคนคือ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่จะส่งออกสินค้าไปขายให้ได้ราคาดี ทั้งในและต่างประเทศ โดยเจ๊ศุภจี จะจัดการเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร พัฒนาสายพันธุ์ที่ดี หาช่องทางการตลาด ขายแบบที่เขาอยากกิน ไม่ใช่ไปกองขาย ให้เขาถวิลหาสินค้าของเรา ส่วนน้ำมันปาล์มเราก็ไปใช้วิธีให้แปรสภาพ ให้สามารถขายได้ในลักษณะสินค้าอุตสาหกรรม ไม่ใช่ขายน้ำมันดิบเฉยๆ เพื่อให้ประชาชนเพิ่มรายได้ นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยคิดมาโดยตลอด และจะหาช่องทางการตลาด ช่องทางการปรับปรุงคุณภาพสินค้า ให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่า ต้นทุนน้อย กำไรเยอะ พอกันทีสำหรับชาวชุมพร ที่จะไปเร่ขายของ เราต้องทำให้คนเห็นว่า ที่ชุมพรมีสินค้ามากมายที่สามารถเป็นที่ต้องการของคนในท้องถิ่น รวมถึงในประเทศและต่างประเทศด้วย ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว จ.ชุมพร สวยงามมาก ตนเห็นผ่านโซเชียล ก็อยากมาเที่ยว อยากมากินอาหาร แต่เรายังไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คนมาเที่ยว จ.ชุมพร แบบมืดฟ้ามัวดิน ให้รายได้เข้ามา คนจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ขณะเดียวกันยังมีเรื่องอื่นๆ อีก พรรคภูมิใจไทย จะทำให้ประชาชนไม่ต้องทำอะไรมาก เรื่องการทำงานให้พวกตนไปทำแทน ให้ประชาชนรอวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. นี้ เข้าคูหากาเบอร์ 4 

จากนั้นนายอนุทิน และคณะ ได้เดินทางไปพบปะประชาชน ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร และบริเวณศาลหลักเมืองชุมพร เป็นจุดสุดท้ายของ จ.ชุมพร ก่อนจะเดินทางต่อไปหาเสียงที่ถนนคนเดิน​ จ.​ประจวบคีรีขันธ์​ และเดินทางกลับ​ กทม.