สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่า ยูเอ็นเอดส์ระบุว่า จำนวนผู้ได้รับยาป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวีก่อนการสัมผัสโรค หรือ “ยาเพร็พ” (PrEP) อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ลดลง 38% ใน 62 ประเทศในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นจำนวนผู้คนลดลง 1.2 ล้านคนในประเทศต่าง ๆ รวมถึงไนจีเรีย แคเมอรูน และยูกันดา
นอกจากนี้ รายงานระบุเสริมว่า งบประมาณสำหรับการจัดหาถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นเครื่องมือป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวีอีกอย่างหนึ่ง ลดลงมากกว่า 90% ในบางประเทศ
“เรากำลังเผชิญกับการชะงักงันครั้งร้ายแรงที่สุดของบริการป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี นับตั้งแต่เริ่มการตอบสนองต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้” นางวินนี บายานีมา หัวหน้ายูเอ็นเอดส์ กล่าว
บายานีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า การตัดเงินทุนช่วยเหลือ ประกอบกับการต่อต้านสิทธิของกลุ่มประชากรที่สำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ส่งผลให้การเข้าถึงการรักษาลดลง ซึ่งจะนำไปสู่การติดเชื้อใหม่และการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ
แม้รายงานแสดงให้เห็นว่า ในปี 2568 จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีรายใหม่ลดลงเล็กน้อยจากปี 2567 ประมาณ 100,000 คน เหลือ 1.2 ล้านคน อย่างไรก็ตาม บายานีมากล่าวว่า การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชไอวีลดลง 22% ในบางประเทศที่มีภาระโรคสูง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



