เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะกรรมการ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง(ตอนล่าง) พร้อมด้วย นายกัมพล สุภาเพ่ง ที่ปรึกษาคณะกรรมการ พ.อ.หญิงธณตศกร บุราคม รองประธานคณะกรรมาธิการฯ น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภา นายปริญญา วงศ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา นายสำพันธ์ ชัยวิเศษจินดา สมาชิกวุฒิสภา นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา น.ส.มาเรีย. เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา ร่วมลงพื้นที่รับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงและประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมโครงการฯ

ทั้งนี้เป็นการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นใน ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือน และโรงเรียน ตชด.2 แห่ง ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยการไฟฟ้าไม่สามารถปักเสาไฟให้ชาวบ้านใช้ได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์การทาหารราบ และไม่ได้รับความยินยอมจากศูนย์การทหารราบ โดยศูนย์กลางทหารราบได้อ้างอิงคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ห้ามไว้

ทางด้านหน่วยงานในพื้นที่จัดการตรวจสอบข้อมูลประชากรและการครอบครองที่ดินที่เป็นปัญหาในพื้นที่อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบมีชาวบ้าน 1,036 หลังคาเรือน พื้นที่ทำกิน 23,874 ไร่ และชาวบ้านในพื้นที่บ้านวังบนชลประทาน หมู่ 8 ต.หนองตาแต้ม 274 ครัวเรือน รวม 838 คน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ หมู่ 1 -6 ต.เขาเจ้า ซึ่งอยู่ในสถานการณ์เดือดร้อนเช่นเดียวกันอีก 850 ครัวเรือน ประชากร 2,215 คน

ต่อมาผู้นำชุมชนเดินทางเข้าพบผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ แจ้งความประสงค์ ชาวบ้านขอจัดทำเขตโซนนิ่งกำหนดพื้นที่ใช้ประโยชน์(ซ้อมรบ) จากการเข้าพูดคุยหารือไม่มีการจัดทำโซนนิ่งและต้องยุติการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์ ซึ่งรวมถึงการเช่า ยุติการขอใช้ไฟฟ้าแบบปักเสาพาดสายถาวร เนื่องจากอ้างอิงตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ 1813/2556 และคงไว้ซึ่งการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าแบบโซล่าเซลล์ ต่อมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลเขาเจ้ ได้จัดทำหนังสือขอให้จัดทำโครงการโซล่าฟาร์มแยกรายหมู่ ยื่นต่อทางศูนย์การทหารราบและกองทัพบกต่อไป

ขณะที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาเจ้า และบ้านท่าวังหิน ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่าไม่มีไฟฟ้าใช้จนได้รับผลกระทบ ก่อนหน่วยงานในพื้นที่เร่งเข้าแก้ไข โดยเบื้องต้นรอประมาณจากโครงการไฟฟ้าทางเลือกระบบโซล่าเซลล์ ของกองทุนอนุรักษ์พลังงานกระทรวงพลังงาน แต่ยังต้องขออนุญาตจากกองทัพบก ธนารักษ์ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการปกครอง เพื่อปักเสาพาดสายไฟฟ้าถาวร ใช้งบประมาณ 46.5 ล้านบาท โดย กฟภ.สมทบให้ได้ 24.6 ล้านบาท แต่ยังขาดอีก 2.19 ล้านบาทถึงจะดำเนินการได้

ซึ่งจากการลงพื้นที่ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนครั้งนี้ ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี นับว่าเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางการพัฒนาในระดับพื้นที่ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของชุมชนโดยตรง เพื่อส่งต่อไปยังระดับนโยบายในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป