แม้เทรนด์ “เดินวันละหมื่นก้าว” จะมาแรงเพียงใด แต่ศัลยแพทย์ชาวญี่ปุ่นได้ออกมาเตือนสติสายรักสุขภาพว่า การเดินสะเปะสะปะโดยไม่ดูเวล่ำเวลา โดยเฉพาะ 4 ช่วงเวลาต้องห้าม!! อาจส่งผลร้ายแรงต่อหลอดเลือด ระบบย่อยอาหาร และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเฉียบพลันได้อย่างคาดไม่ถึง!
4 ช่วงเวลาอันตราย “ห้ามออกไปเดิน” โดยไม่เตรียมตัว
การเดินไม่ได้ให้ประโยชน์เสมอไป หากเดินผิดเวลา! แม้แค่ออกไปเดินเล่นชิลชิลก็ตาม อาจทำลายสุขภาพได้
คุณหมอทาเคชิ ไคนุมะ ศัลยแพทย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลว่า การเดินเร็ว (Power Walking) หรือการเดินเล่น มีประโยชน์ในการกระตุ้นระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีเยี่ยม แต่หากปฏิบัติใน 4 ช่วงเวลาต่อไปนี้ ร่างกายจะแบกรับความเสี่ยงทันที
- ตื่นนอนปุ๊บ ออกไปเดินปั๊บ (เสี่ยงหลอดเลือดสมอง/หัวใจอุดตัน)
หลายคนชอบตื่นแต่เช้ามืด แล้วพุ่งตัวออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ทันที แต่นี่คือสิ่งอันตรายมาก เพราะในขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายจะสูญเสียน้ำผ่านการหายใจและเหงื่อ ทำให้เลือดมีความหนืดสูง ประกอบกับช่วงเช้าเป็นช่วงที่ความดันโลหิตกำลังไต่ระดับสูงขึ้นตามธรรมชาติ หากออกไปเดินทันที จะเกิดการกระตุ้นและสร้างความยืดหยุ่นที่รุนแรงต่อหลอดเลือด
ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ควรดื่มน้ำอุ่น 1 แก้วหลังตื่นนอน นั่งพักให้ร่างกายปรับตัวสักระยะก่อนออกเดินทาง
- กินอิ่มปุ๊บ เดินปั๊บ (ระบบย่อยอาหารพัง)
แม้การเดินหลังอาหารจะช่วยคุมระดับน้ำตาลได้ดี แต่หาก “กินเสร็จแล้วลุกไปเดินทันที” หรือเดินเร็วเกินไป ร่างกายจะดึงเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขาแทนที่จะไปเลี้ยงกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ เกิดอาการท้องอืด คลื่นไส้ หรือจุกเสียดแน่นท้องได้
ควรนั่งพักผ่อนนิ่งๆ หลังรับประทานอาหารประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ระบบย่อยเริ่มทำงาน แล้วจึงค่อยออกไปเดินเล่นเบาๆ
- เดินช่วงที่อากาศ “ร้อนจัด” (เสี่ยงฮีทสโตรก/ขาดน้ำ)
การฝืนออกไปเดินในช่วงที่แดดแรง หรืออุณหภูมิภายนอกสูงจัด ร่างกายจะขับเหงื่อออกมามากจนเกิดภาวะขาดน้ำได้อย่างรวดเร็ว และทำให้อุณหภูมิในแกนกลางร่างกายพุ่งสูง จนเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
หลีกเลี่ยงการเดินในช่วงเที่ยงวัน หรือบ่ายแก่ๆ เปลี่ยนไปเดินในร่มหรือช่วงที่แดดร่มลมตกแล้ว
- ออกไปเดินเร็วช่วงที่อากาศ “เย็นจัด” (เสี่ยงความดันพุ่งพรวด)
ในทางตรงกันข้าม การออกไปเดินในสภาพอากาศที่หนาวจัด ความเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัวทันที หากอบอุ่นร่างกายไม่เพียงพอ แล้วเริ่มเดินเร็ว ความดันโลหิตจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดในสมองแตก หรือหัวใจวาย
ในวันที่อากาศหนาว หรือช่วงเช้าตรู่ที่เย็นจัด ควรอบอุ่นร่างกายภายในบ้านให้พร้อม ใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อรักษาความอบอุ่นก่อนก้าวขาออกจากประตูบ้าน
นอกจากนี้ คุณหมอไคนุมะ ยังได้กล่าวถึงค่านิยมที่ผิดๆ ของคนส่วนใหญ่ที่คิดว่า “ไหนๆ ก็ออกมาเดินแล้ว ต้องเดินให้ยาวเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไปถึงจะคุ้ม” ซึ่งแพทย์ชี้ว่า หากการเดินนานขนาดนั้น ทำให้เกิดอาการเจ็บเข่า เจ็บสะโพก ปวดหลัง หรือเหนื่อยล้าจนวันรุ่งขึ้นทำต่อไม่ไหว จะถือว่าเป็นการทำลายกลไกของร่างกาย และขัดต่อหลักการออกกำลังกายที่ยั่งยืน การเดินที่ดีควรยึดหลัก “ทำได้ต่อเนื่องและร่างกายรับไหว” เป็นสำคัญ
สุดท้ายนี้ คุณหมอไคนุมะย้ำเตือนเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ “อย่ารอให้รู้สึกกระหายน้ำแล้วค่อยดื่ม” เนื่องจากระหว่างเดินร่างกายจะสูญเสียน้ำอย่างต่อเนื่องโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้น ควรจิบน้ำในปริมาณที่พอเหมาะทั้งก่อนออกไปเดิน ระหว่างเดิน และหลังจากกลับเข้าบ้านแล้วทุกครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำซ่อนเร้น
ที่มาและภาพ : BASTILLE POST, magnific



