เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายสมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” โดยเผยว่าการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การตีเช็คเปล่า เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชัดเจนว่าหากจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องสอบถามความเห็นประชาชนเป็นลำดับขั้น โดยประชามติครั้งแรกเป็นเพียงการถามความเห็นชอบในหลักการ ก่อนเข้าสู่การกำหนดวิธีการและสาระสำคัญในการแก้ไขในขั้นตอนถัดไป
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ประชามติรัฐธรรมนูญไม่ใช่ตีเช็คเปล่า ก็ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่มีเนื้อหาที่ว่าจะจัดทำใหม่ทั้งฉบับอย่างไร ดังนั้นหากจะจัดทำใหม่ ก็ให้ไปถามประชาชนก่อนว่าเห็นชอบหรือไม่ แถมจาระไนขั้นตอนว่า ต้องถาม 3 ครั้ง คือ ครั้งแรก เห็นชอบไหมที่จะให้จัดทำใหม่ ครั้งที่ 2 ถามวิธีการและสาระสำคัญที่จะแก้ และครั้งที่ 3 ค่อยเอาที่จัดทำใหม่ทั้งฉบับมาผ่านประชามติอีกที”

อีกทั้ง “ดังนั้น ครั้งที่ 1 จึงเป็นแค่เปิดประตูไปสู่ วิธีการและสาระสำคัญในครั้งที่ 2 “วิธีการ” คือ ใครจะเป็นคนแก้ จะมี ส.ส.ร. หรือ ไม่มี ส.สงร. ส.ส.ร. หรือ กรรมาธิการยกร่างจะมาจากไหน แล้วร่างเสร็จจะมาจบที่ สภา อีกรอบอย่างไร เพราะศาล ชี้ว่า ประชาชนร่างเองโดยตรงไม่ได้ ส่วน “สาระสำคัญ” คือ จะแก้เรื่องอะไร จะไม่แก้เรื่องเรื่องอะไร หมวดไหนแก้ หมวดไหนไม่แก้ ที่กลัวว่าจะไปแก้หมวด 1 หมวด 2 ถ้าไม่ระบุในสาระสำคัญของสิ่งที่จะแก้ ก็แปลว่า ไม่แก้เรื่องดังกล่าว”
อย่างไรก็ตาม “วิธีการและสาระสำคัญดังกล่าว ต้องเป็นข้อสรุปของสภาชุดใหม่ ในรูป การผ่าน 3 วาระจากรัฐสภา ในประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ส่งมาให้ ครม. เพื่อมีมติให้มีการทำประชามติครั้งที่ 2 ประชามติ ครั้งที่ 1 จึงเป็นเพียงแค่พยักหน้า ให้มีการเขียนเช็คที่ระบุตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ได้ตีเช็คเปล่าแต่อย่างใดครับ สบายใจได้”
ขอบคุณข้อมูล : ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร



