เมื่อวันที่ 19 ม.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี) บริเวณ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยเน้นย้ำว่าการเยียวยาต้องทำทันที ไม่ให้ติดขัดขั้นตอนเอกสาร เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แม้ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และพิสูจน์ข้อเท็จจริงของสาเหตุอุบัติเหตุ แต่รัฐบาล และกระทรวงคมนาคม ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างชัดเจน รวดเร็ว และเป็นธรรม การเยียวยาเป็นหน้าที่ของรัฐ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เงินต้องถึงมือประชาชนก่อน แล้วค่อยจัดการขั้นตอนทางเทคนิคภายหลัง และกรณีเสียชีวิตต้องได้รับการช่วยเหลือทันที

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ข้อมูล ณ วันที่ 19 ม.ค.2569 เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ประสบเหตุ 161 ราย เสียชีวิต 30 ราย (ยืนยันตัวตนครบแล้ว) โดยเป็นผู้โดยสาร 29 ราย และพนักงานผู้รับเหมา 1 ราย และผู้บาดเจ็บ 69 ราย กลับบ้านแล้ว 54 ราย และยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 15 ราย ส่วนเงินเยียวยากรณีเสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว เบื้องต้นรายละ 1.51 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.เงินสงเคราะห์พระราชทาน (อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์) 20,000 บาท 2. กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท 3. รฟท. 340,000 บาท และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 150,000 บาท ทั้งนี้ยังอาจมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น อาทิ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย กองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้มอบเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตในเบื้องต้น เมื่อวันที่ครอบครัวเดินทางมารับศพแล้ว รายละ 1.5 แสนบาท และในวันที่ 20 ม.ค.2569 เวลา 09.00 น. บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะมอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 30 ราย ที่ทำเนียบรัฐบาล มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยาน ทั้งนี้บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้ทำประกันภัยก่อสร้างไว้กับบริษัท ทิพยประกันภัยฯ วงเงินคุ้มครอง 583 ล้านบาท ซึ่งวงเงินยังเพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกราย อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้วได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนค่าเสียหาย อาทิ ทรัพย์สินของ รฟท. ยังอยู่ระหว่างการหารือรายละเอียด

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขนส่งสาธารณะระบบราง เป็นระบบที่ยังไม่มีการทำประกันภัยการเดินทางภาคบังคับให้กับผู้โดยสารทุกคน เหมือนกับการเดินทางโดยเครื่องบิน และรถ บขส. ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการศึกษารายละเอียดให้เร็วที่สุด เบื้องต้นคาดว่าจะทันก่อนเทศกาลสงกรานต์ในเดือน เม.ย.2569 แน่นอน โดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) จะสั่งเป็นข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการรถไฟ และรถไฟฟ้านำไปดำเนินการ เพื่อให้ผู้โดยสารมีหลักประกัน และวงเงินความคุ้มครองที่ชัดเจนหากเกิดเหตุในอนาคต และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ โดยค่าเบี้ยประกันจะถูกรวมเข้าไปในค่าโดยสาร คาดว่าคงจะปรับเพิ่มขึ้นไม่มาก   

ผู้สื่อข่าวถามความคืบหน้าการบอกเลิกสัญญา ทั้ง 2 สัญญาของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงที่จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 23 ม.ค.2569 ก่อน ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะต้องยกเลิกทั้ง 2 สัญญา ซึ่งใช้ข้อกฎหมายทางปกครอง สามารถยกเลิกสัญญาได้ เพราะกฎหมายทางปกครองมีอำนาจเหนือกว่ากฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องความปลอดภัยของสาธารณะ อย่างไรก็ตามแม้ว่าการยกเลิกสัญญาจะมีการฟ้องร้อง หรือมีการร้องเรียน ตนก็จะร่วมรับผิดชอบในส่วนนี้ และกระทรวงคมนาคมพร้อมจะช่วยเหลือหน่วยงานในการสู้คดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า การประมูลโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคมหลังจากนี้ ทางบริษัท อิตาเลียนไทยฯ จะเข้าร่วมประมูลได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ให้รอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน ส่วนจะมีสิทธิเข้าร่วมประมูลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกรมบัญชีกลาง ว่าจะพิจารณาลดชั้นผู้รับเหมา หรือขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์).