วานนี้ (17 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการตัดสินคดีขับรถโดยประมาทของนายฮริสโต อิลิเยฟ ชายชาวบัลแกเรียวัย 32 ปี โดยศาลอาญาชั้นต้นแห่งเมืองลินคอล์น ตัดสินให้ลงโทษจำคุก อิลิเยฟ เป็นเวลา 11 ปี 3 เดือน หลังจากที่เขายอมรับสารภาพในข้อหามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงอันตรายระหว่างขับรถจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากอุบัติเหตุสุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ปีที่แล้ว
ระหว่างการพิจารณาคดี มีการเปิดเผยผลจากการตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์และพบว่า อิลิเยฟได้เปิดแอปพลิเคชันติ๊กต็อกและแอปเปิลทีวีทิ้งไว้ล่วงหน้าถึง 7 นาทีก่อนเกิดเหตุ และโทรศัพท์กำลังเล่นคลิปวิดีโออยู่ในวินาทีที่รถของเขาพุ่งชนท้ายรถของ โคลอี เบเกอร์ บริเวณวงเวียนโฮลดิงแฮม มณฑลลิงคอล์นเชียร์ สหราชอาณาจักร

รถของ อิลิเยฟ ชนรถของ เบเกอร์ อย่างแรงจนทำให้รถของเธอกระเด็นไปชนรถคันข้างหน้าอีกทีหนึ่ง แรงกระแทกส่งผลให้ โคลอี และลูกชายวัย 8 ขวบบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ ฟินลีย์ ลูกชายคนเล็กวัย 20 เดือน หมดสติและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในอีกสองวันต่อมา
โคลอีและแดเนียล พ่อแม่ของฟินลีย์ เผยว่า “ทางเลือกอันน่ารังเกียจของคนบางคนทำให้เราไม่ได้ยินเสียงเล็กๆ ของแกอีกเลย และชีวิตทั้งหมดของแกถูกปล้นไปด้วยเหตุผลที่ไร้สติที่สุด ไม่มีพ่อแม่คนไหนควรมีชีวิตอยู่ยืนยาวกว่าลูกของตัวเอง และมันได้แบ่งชีวิตของเราออกเป็นสองส่วน คือก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ซึ่งเราไม่อยากให้ใครต้องเผชิญกับมันเลย”

ด้านนักสืบสายตรวจ เจมส์ เพอร์ริง จากหน่วยสอบสวนอุบัติเหตุรุนแรง กล่าวเตือนสติสังคมว่า “การชนครั้งนี้เกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของอิลิเยฟที่ไม่ใส่ใจการขับขี่ มัวแต่ดูวิดีโอ การกระทำนั้นคร่าชีวิตเด็กน้อยและทำลายชีวิตครอบครัวหนึ่งไปตลอดกาล นี่คืออุบัติเหตุที่ป้องกันได้ และผมขอร้องทุกคนว่า อย่าคิดที่จะทำพฤติกรรมมักง่ายเช่นนี้อีกเด็ดขาด”
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : thesun.co.uk
เครดิตภาพ : Lincolnshire Police, Handout



