สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ประมาณ 5% สำหรับปีที่แล้ว หลังจากที่ในปี 2567 เศรษฐกิจจีนขยายตัว 5%

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจจีนเติบโตที่ 4.5% ระหว่างเดือนต.ค. – ธ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แต่แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวอย่างมีนัยยะสำคัญในช่วงปลายปี

แม้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของจีนจะเติบโต แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า การขยายตัวนั้นไม่สม่ำเสมอ และปกปิดความเชื่อมั่นที่อ่อนแอในภาคเศรษฐกิจ

มากไปกว่านั้น ผู้บริโภคชาวจีนยังคงกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม และอัตราการว่างงานที่สูง แม้จีนผ่อนคลายนโยบายการคลัง และให้เงินอุดหนุนการเปลี่ยนสินค้าในครัวเรือน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายแล้วก็ตาม

ยอดขายปลีกเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่อ่อนแอที่สุด นับตั้งแต่สิ้นปี 2565 เมื่อมาตรการควบคุมโควิดอย่างเข้มงวดสิ้นสุดลง

ขณะเดียวกัน ยอดขายปลีกของเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา แย่กว่าการเติบโต 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ที่บันทึกไว้ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการชะลอตัวต่อเนื่องมาหลายเดือน

ด้านการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนหดตัว 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งเป็นการปรับสมดุลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานเ เฟื่องฟูในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ขณะที่ในปีที่แล้ว การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ลดลง 17.2% แม้ราคาบ้านเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเมืองใหญ่บางแห่ง แต่ตลาดโดยรวมยังคงซบเซา.

เครดิตภาพ : AFP