ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ นักมวยไทยชื่อดัง กับ ONE Championship ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลในหลายประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น รถถัง ถูก ONE Championship ฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมาย เรียกค่าเสียหายเฉพาะในไทย มูลค่า 542 ล้านบาท นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา รถถัง จิตรเมืองนนท์ พร้อมทนายความและทีมงาน ได้เปิดบ้านที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา แถลงข่าวและตอบคำถามสื่อมวลชน ท่ามกลางแฟนคลับ ที่มาร่วมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
รถถัง ยืนยันว่า สาเหตุที่แถลงข่าวครั้งนี้เพราะแค่ออกมารักษาสิทธิตัวเอง ไม่ประสงค์ทะเลาะกับใคร อยากได้สิทธิในความถูกต้องเท่านั้น ตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็มีการพูดคุยกับทั้งสองฝั่ง ตนเองยังรักและเคารพพี่ชาตรี (ชาตรี ศิษย์ยอดธง) มาก ๆ แต่มันก็มาถึงจุดนี้
ส่วนการแข่งขันที่จะพบกับ ทาเครุ เซกาว่า ในวันที่ 29 เม.ย. นี้ ตนยืนยันว่ามีความพร้อม และยินดีเดินทางไปแข่งขันตามกำหนด อย่างไรก็ตาม ทีมทนายความรถถัง ยังอยู่ระหว่างประสานงานทีมทนายวัน โดยให้มีการร้องขอส่งมอบคู่ฉบับสัญญาที่เป็นต้นฉบับที่มีการลงนามอย่างครบถ้วนที่เซ็นกันไว้เมื่อปี 2565
เนื่องจากจนถึงปัจจุบัน ทีมงานรถถัง เห็นว่าสัญญาดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ และอาจมีผลไม่ผูกพันตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ที่ผ่านมา รถถัง ได้รับเพียงสำเนาที่ถ่ายจากเอกสารต้นฉบับส่งมาทางอีเมล ในสำเนาปรากฏเพียงลายมือชื่อรถถัง แต่ในช่องของผู้มีอำนาจของวัน ยังไม่ได้มีการลงนามแต่ประการใด ซึ่งเรื่องนี้อาจส่งผลต่อสัญญา มีการขอให้ทีมทนายวันส่งเอกสารครบถ้วนมาภายในวันนี้
ทีมทนายของรถถัง ยังระบุต่อว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเพิ่มเติมจากการสื่อสารกับทีมงานวันสิงคโปร์ โดยมีข้อความสำคัญบางตอนสรุปว่า สัญญาระหว่างรถถังกับวัน ควรพิจารณาว่าอยู่ในสถานะระงับการมีผลชั่วคราว อันเนื่องมาจากอยู่ในระหว่างกระบวนการกฎหมายในหลายประเทศ ทีมงานรถถัง ตีความได้ว่าการชกที่ญี่ปุ่น เป็นการระงับโดยปริยายหรือไม่ อย่างไรก็ดี ตอนนี้อยู่ระหว่างประสานงานให้ชัดเจนว่ารถถังยังสามารถชกได้หรือไม่ เพื่อให้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ไม่กระทบถึงสิทธิต่อทุกฝ่าย
ส่วนการตั้งข้อสังเกตเรื่องย้ายสังกัดเพื่อสัญญาที่ดีกว่าหรือไม่นั้น ทีมงานรถถัง ยืนยันว่า ก่อนที่สัญญาฉบับปี 2565 จะสิ้นสุดลงในเดือน มี.ค. 2569 ทีมกฎหมายของรถถังได้มีการประสานงานกับทางวัน มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ม.ค. 2569 เพื่อเจรจาและปรับปรุงเงื่อนไขสัญญา
ทั้งนี้ รวมถึงการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารของวัน รถถัง และทีมกฎหมายของรถถัง ในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2569 เพื่อหาข้อยุติในประเด็นสัญญา อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน ทีมงานของรถถัง ยังไม่ได้รับร่างสัญญาฉบับใหม่จากทาง ONE แต่อย่างใด ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของรถถัง ในการดำเนินความสัมพันธ์ทางสัญญาอย่างต่อเนื่องและโดยสุจริต
ทางด้าน หนึ่งในทีมงานของรถถัง กล่าวว่า เรายืนยันว่า บริสุทธิ์ใจในทุกเรื่อง ยึดมั่นเสมอในความถูกต้องชอบธรรม เราไม่เคยปิดประตูการเจรจาใด ๆ เราระลึกเสมอว่าวันเป็นองค์กรใหญ่ที่มีบุญคุณเสมอ เป็นองค์กรที่ดี พอ ๆ กับที่เราระลึกถึงพี่น้องแฟนคลับทุกคน เราไม่ได้ต่อสู้กับวัน เราไม่ได้ต่อสู้กับคุณชาตรี เรากำลังเรียกหาความถูกต้องให้นักกีฬาคนหนึ่งที่เป็นคนไทย ในมุมที่ถูกกระทำ เราแค่เรียกร้องความเป็นธรรม เราไม่ได้ต่อสู้กับองค์กร เราไม่เคยปิดโอกาสเจรจา แต่การเจรจาต้องอยู่ในกรอบความชอบธรรม ไม่เหลื่อมล้ำ
ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้เรื่องนี้จบแบบไหน รถถัง ตอบว่า “แน่นอนครับ ผมยังมีมิตรภาพที่ดีเสมอ ผมยังเป็นเด็กคนหนึ่งพร้อมให้เข้ามาเจรจาเสมอ ส่วนแผนย้ายยังไม่คิด ผมยังให้เกียรติองค์กรเสมอ สำหรับสภาพจิตใจตอนนี้ยังพร้อมขึ้นชก เชื่อมั่นว่าทุกกำลังใจของคนไทยยังสนับสนุนผมเสมอ พร้อมนำชัยชนะกลับมา”
ONE แจงไม่มีปลอมลายเซ็น-เปิดรายได้
ONE ชี้แจงกรณีสัญญาของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” โดยยืนยันว่าเอกสารทั้งในปี 2018 และ 2022 เป็นสัญญามาตรฐานแบบเดียวกับที่ใช้กับนักกีฬามวยไทยทุกคนในสังกัดมาตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปัจจุบัน และระบุว่า “รถถัง” เป็นผู้ลงนามด้วยตนเอง ไม่มีการปลอมลายมือชื่อแต่อย่างใด
ONE ระบุว่า ความแตกต่างในสัญญาของ “รถถัง” เมื่อเทียบกับนักกีฬามวยไทยรายอื่น ๆ อยู่ที่รายละเอียดด้านค่าตอบแทนซึ่งสูงกว่า พร้อมย้ำว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดย ONE สนับสนุนทั้งโปรแกรมการแข่งขัน คู่ชก และค่าตอบแทนเพิ่มเติมเกินกว่ามูลค่าตามสัญญา
ในประเด็นค่าตอบแทน ONE เปิดเผยว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีภาระผูกพันที่ต้องจ่ายให้ “รถถัง” ราว 16.6 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริง หากรวมไฟต์ที่มีกำหนดพบ “ทาเครุ” ในวันที่ 29 เม.ย. นี้ และโบนัสต่าง ๆ ยอดรวมจะอยู่ที่ประมาณ 70.3 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นอัตราสูงที่สุดของนักมวยไทย ในประเทศไทยเวลานี้
นอกจากนี้ ONE ยังยืนยันว่าโปรแกรมชกวันที่ 29 เม.ย. 69 จะยังคงเดินหน้าตามกำหนดเดิม รวมถึงคู่ระหว่าง “รถถัง” กับ “ทาเครุ” ด้วย โดยเชื่อว่าข้อพิพาทที่เกิดขึ้น จะไม่เป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือในการทำงานระหว่างองค์กรกับนักกีฬา



