เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 ม.ค. 2569 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ทำการจับกุม นายภูตะวัน อายุ 21 ปี และ นายทศนัท อายุ 21 ปี ก่อนนำตัวดำเนินคดีในข้อหา “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (อั้งยี่) และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุม นายภูตะวัน ในข้อหารับเป็นบัญชีม้า ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดี ต่อมาจากการตรวจสอบและขยายผลพบว่า นายภูตะวันได้ผันตัวเป็นผู้ควบคุมบัญชีม้า เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด จนพบว่า นายภูตะวันปรากฏตัวภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
จากนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าติดตาม ก่อนพบผู้ต้องหาทั้งสองกำลังตระเวนกดเงินสดตามตู้ ATM เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวตรวจสอบ ทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เงินดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง โดยเป็นเงินจากกลุ่มแอปพลิเคชัน Telegram ที่รับจ้างถอน-ฝากเงิน มีผู้สั่งการใช้บัญชีชื่อ “AA99” โดยในวันดังกล่าวได้ทำการถอนเงินมาแล้ว 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 129,000 บาท และได้โอนฝากเข้าบัญชีธนาคารทอดต่อไปตามคำสั่งแล้ว

พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ภ.5 (ศปอส.ภ.5) ได้สืบสวนติดตามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังพบพฤติการณ์ลักลอบทำธุรกรรมทางการเงินให้กับกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์
ต่อมาได้รับแจ้งเบาะแสว่า ผู้ต้องสงสัยรายเดิมซึ่งเคยถูกจับกุมมาแล้ว ได้ปรากฏตัวภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จึงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนพบว่ากำลังทำธุรกรรมฝาก-ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ร่วมกับพวกอีก 1 ราย
จากการตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ บัตร ATM และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มสั่งการผ่านแอป Telegram โดยมีการรับคำสั่งให้ถอนเงินจากบัญชีผู้อื่น แล้วนำไปฝากต่อยังบัญชีปลายทาง แลกกับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดเงิน
ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่กดเงินและส่งต่อเงินตามคำสั่งของผู้ควบคุมบัญชีในเครือข่าย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่พอทราบแล้วว่าเป็นกลุ่มชาวจีนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจะได้ขยายผลติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องรายอื่นมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



