จากกรณีที่นักแสดงสาว “ปันปัน สุทัตตา” โพสต์ข้อความปริศนาลงในอินสตาแกรมสตอรี่คำว่า “สะเหล่อ” จนกลายเป็นไวรัล ล่าสุดปันปัน ได้มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวมิวสิคมาร์เก็ตติ้งแคมเปญ “CLICK บูสต์ผิว – The New Era of Restylane SKINBOOSTERS” ณ At Work โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศ ชั้น 6 เจ้าตัวออกมาเฉลยแล้วว่า สตอรี่ดังกล่าวเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบขณะเม้าท์กับเพื่อนปมคนนอกวงการที่พูดจาไม่เข้าหู รับไม่ใช่คนดังและเจ้าตัวก็น่าจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ปันปัน เผยว่า “สตอรี่ที่ลงไปคือปันลงไปโดยไม่ได้คิดว่าจะมีคนสนใจขนาดนี้ คือลงแค่คำเดียว เดี๋ยวนี้สื่อโซเชียลก็มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน ประเด็นคือวันนั้นเม้าท์กับเพื่อนแล้วมันปาก แล้วก็หมั่นไส้ รู้สึกคันมือ อยากทำอะไรสักอย่าง คือหนูไม่ได้ลงอะไรแบบนี้มานานมาก (ลากเสียงยาว) แล้ว ก็เลยขอสักหน่อยแล้วกัน มันหงุดหงิดก็เลยลงด้วยความที่คิดว่าไม่น่าจะมีใครสนใจหรอก คือประเด็นเขาไม่ใช่คนในวงการ ไม่มีใครรู้จักเลย แล้วเขาก็ไม่น่าจะรู้ตัวด้วย ไม่ต้องโยงค่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกับคนในวงการเลย ไม่ต้องขนลุกใด ๆ หนูไม่ได้ว่าใครเลย เป็นคนนอกวงการที่พูดอะไรแล้วมันขัดหูหนู ก็ฟีลเพื่อนผู้หญิงเม้าท์กัน ด้วยความหงุดหงิด ขอลงนิดนึง เอาเป็นว่าไม่ต้องพาดพิงใดๆ เลย มันก็ผ่านไปแล้ว ไม่ได้นึกว่าคนจะสนใจขนาดนี้

ส่วนภาค 2 ก็คือ หนูคิดว่ามันไม่เกิดอะไรขึ้นแล้ว หนูก็ลงสตอรีของเราปกติ แต่มันก็มีความเด้งขึ้นมา หนูโอ้ย ยังไม่หยุดอีก หนูก็เลยลงด้วยความพลั้งมืออีกครั้งโดยที่คิดว่าไม่มีใครสนใจ แต่หลังจากนั้นไปไหนมาไหนทุกคนก็ถามว่า ว่าใคร คนแรกที่ทักมาเลยคือคุณพ่อ ด่าใคร แม่ก็ส่งข้อความมาเกิดอะไรขึ้นลูก พี่ชายทักมา ไปออฟฟิศทุกคนถามกันหมดว่าด่าใคร ต้องบอกเขาว่าไม่ใช่คนที่รู้จัก ก็เล่าเรื่องให้เขาฟัง คิดว่าเขาไม่เห็นหรอก แล้วเขาก็ไม่น่ารู้ตัวด้วย ช่างมันเถอะ ปีใหม่แล้วให้มันจบ ๆ ไป”

ปันปัน เผยต่อว่า “ส่วนเรื่องความก็ปกติเหมือนเดิม ยังอยู่แบบไม่เปิดอะไร เราอยู่แบบเงียบ ๆ อยู่แบบยาว ๆ ไม่ค่อยเปลี่ยน (หวานใจคนนี้เป็นคนต่างชาติ ?) ว้าย ใครพูด ผิดคนไหม แต่ก็ควงไปไหนมาไหนปกตินะ (มีคนเห็นไปวิ่งด้วยกัน ?) ว้าย นี่ก็ใส่หมวกแล้วนะ ใส่ปิดหน้าแล้วนะ จะใส่แมสก์ก็หายใจไม่ออก ใช่ค่ะ โกอินเตอร์แล้วแม่ ก็ไปไหนมาไหนปกติเลย แค่หนูไม่ได้ลงโซเชียล ก็เป็นเพื่อนกันรู้จักกันมานานแล้วเป็น 10 ปีแล้ว อยู่แบบนี้สบายใจกว่า เขาไม่ได้โซเชียลจ๋า เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องเปิดอะไร อยู่กันมาสักพักแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว มันก็โอเค ไปช้า ๆ ไม่ได้หวือวาอะไร ถ้าใครเห็นก็ไม่ได้ปฏิเสธ

สถานะตอนนี้ก็ไปเขียนเอาเองแล้วกัน ไม่พูดๆ ไปเขียนกันเอง ไม่ได้ออกมาจากปากเรา ให้รีวิวหรอ คิดว่ามันมีเรื่องให้ต้องปรับจูนกันเยอะมาก เนื่องจากคนละเชื้อชาติ คนละแผ่นดิน ภาษาไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ แต่จะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม เราคนไทยชินกับวัฒนธรรมแบบนี้ ก็ต้องมีการปรับจูนกัน แต่พวกเราไปกันช้ามาก ๆ ชิลๆ ไม่มีการกดดันอะไรเลย มันคือเพื่อนกัน อายุห่างกันไม่เยอะมาก เป็นกลุ่มเพื่อนเดียวกัน สนิทกัน อยู่ใกล้กัน เจอกันบ่อย คุยกันรู้เรื่อง มีความสนใจชอบอะไรคล้ายกัน ส่วนรูปคือไม่ได้ลงเลย แต่ถ้าวิ่งตามสวนอาจจะได้เจอ ชอบไปวิ่งที่สวน”



