เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) พญาไท กรุงเทพฯ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) เป็นประธานเปิดงาน “Youth After COP30 Forum” เพื่อรับฟังรายงานสรุปผลการดำเนินงานของเครือข่ายเยาวชนไทยที่ได้เดินทางไปร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 หรือ COP30 ณ กรุงเบแล็ม สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เมื่อช่วง ปลายปี 2568 ที่ผ่านมา

ภายในงาน นายกลย์ธัช คาโต้ซาโนะ และ นายชัยรัตน์ ดีผอ ตัวแทนเยาวชนจากกลุ่ม Thailand Youth Climate Action ได้ขึ้นรายงานสรุปผลงานพร้อมมอบรายงาน “Thai Youths Report At COP30” เพื่อเป็นข้อมูลเชิงนโยบายให้แก่ภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้แทนเยาวชนหลากสาขา

โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอประสบการณ์ของ นายอริณชย์ หรืออิน ทองแตง และ น.ส.อริสา หรือเอม ทองแตง สองพี่น้องเยาวชนไทยที่ได้รับการคัดเลือกจากโครงการ Thailand Youth Climate Action 2025 ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วม COP30 ระหว่างวันที่ 16–20 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบแล็ม บราซิล ซึ่งถือเป็นเวทีระดับโลกที่เปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ

โดยทั้งสองเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มเยาวชนด้านการอนุรักษ์ทะเล “Below the Tides” องค์กรเยาวชนที่ทำงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมรณรงค์ สื่อสารสาธารณะ และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะทะเล ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ในฐานะตัวอย่างของพลังเยาวชนที่ลุกขึ้นมาขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้อริณชย์และอริสา ทองแตง ได้ถ่ายทอดบทเรียนจากเวที COP30 ทั้งในมิติการเจรจานโยบายสภาพภูมิอากาศ การมีส่วนร่วมของเยาวชนในกระบวนการตัดสินใจระดับนานาชาติ ตลอดจนบทบาทของภาคประชาชนในการผลักดันการปรับตัวและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของ “เสียงเยาวชน” ในการกำหนดอนาคตที่ยั่งยืน โดยมี สมาชิกกลุ่ม below the tides เดินทางมาร่วมรับฟังและให้กำลังใจ

ซึ่งเวที Youth After COP30 Forum ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการสรุปผลการมีส่วนร่วมของเยาวชนไทยในเวทีโลก แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ที่พร้อมลุกขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยและของโลกในระยะยาว




