นายสมฤทธิ์ วงษ์สวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม นายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานเครือข่ายปรับปรุงคุณภาพไม้ผลจังหวัด และ ศ.ดร.คณพล จุฑามณี หัวหน้าโครงการวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้ การแก้ปัญหาดอกและผลอ่อนร่วงในลิ้นจี่พันธุ์ค่อม พร้อมด้วยสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด คณะวิจัย และตัวแทนเกษตรกรได้เข้าพบนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ห้องรับรอง อาคารศาลากลางจังหวัด เพื่อนำเสนอวัตถุประสงค์และความคืบหน้าของโครงการ รวมทั้งหารือถึงการสนับสนุนความร่วมมือในการดำเนินงาน
ด้านนายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานเครือข่ายปรับปรุงคุณภาพไม้ผลจังหวัด กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้เกิดจากปัญหาที่เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ร้องเรียนว่า ลิ้นจี่บางปีแม้อากาศหนาวเย็นเหมาะสม และออกดอกแล้วเช่นปีนี้แต่ดอกกลับร่วงจำนวนมาก จึงขอให้มีการวิจัยเพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข เนื่องจากลิ้นจี่ต้องอาศัยปัจจัยที่มีความเหมาะสมหลายด้าน ชาวสวนจึงมีต้นทุนดูแลสวนทุกปี หากไม่ได้ผลผลิตย่อมขาดทุน และอาจนำไปสู่การตัดโค่นต้นลิ้นจี่เพิ่มขึ้น ขณะนี้แนวโน้มพื้นที่ปลูกลดลงมาก
ขณะนางถนอมจิต บุตราช รองประธานสภาเกษตรกรและตัวแทนเกษตรกร กล่าวว่า ปัญหาของลิ้นจี่สมุทรสงครามปัจจุบันคือ บางปีไม่ออกดอกเพราะสภาพอากาศไม่เหมาะสม และบางปีออกดอกแต่ดอกร่วงไม่ติดผล สาเหตุสำคัญมาจากการขาดเกสรตัวผู้มาผสมกับเกสรตัวเมียตามธรรมชาติแม้ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมจะมีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมีย แต่บานไม่พร้อมกันจำเป็นต้องอาศัยผึ้งช่วยผสมเกสร

นอกจากนี้นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่าลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงของจังหวัด ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทำจำหน่ายได้ราคาดี อย่างไรก็ตามลิ้นจี่ยังประสบปัญหาความไม่แน่นอนในการติดดอกและออกผล บางปีให้ผลผลิตน้อย บางปีแม้จะออกดอกแต่ดอกกลับร่วงไม่ติดผล ส่งผลให้ชาวสวนซึ่งลงทุนดูแลตลอดทั้งปีแต่สุดท้ายไม่ได้ผลผลิตตามที่คาดหวัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการวิจัย โดยมอบหมายให้คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ เข้ามาศึกษาและวิจัยในประเด็นดังกล่าว พร้อมทั้งได้มีการพูดคุยหารือเพื่อสร้างความร่วมมือกับจังหวัด ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณคณะวิจัยและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้และผลการวิจัยที่ได้รับจะสามารถช่วยให้ลิ้นจี่จังหวัดสมุทรสงครามติดดอกออกผลมากขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น

อีกทั้งศ.ดร.คณพล จุฑามณี หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่าขณะนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการดังกล่าวจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) จำนวน 3,499,166 บาทในพื้นที่สวนของเกษตรกร 4 แปลง 4 ตำบล ได้แก่ สวนของนายมนตรี ตัณติภัณฑ์รักษ์ ม.2 ตำบลสวนหลวง, สวนลิ้นจี่ 200 ปี ของนายจีรศักดิ์ เฮงประเสริฐ ม.5 ตำบลแควอ้อม สวนจั่นบุญมี ตำบลบางนางลี่ และสวนนางถนอมจิต บุตราช ม.3 ตำบลบางสะแก

สำหรับวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาองค์ความรู้ด้านการสังเคราะห์แสงของลิ้นจี่ภายใต้สภาพอุณหภูมิและความเข้มแสงที่แตกต่างกัน เพื่อนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการแจ้งเตือนให้เกษตรกรเตรียมรับมือเมื่อเกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม และหาแนวทางแก้ปัญหาดอกและผลอ่อนลิ้นจี่ร่วง ด้วยการจัดการสภาพแวดล้อม การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโต และแมลงช่วยผสมเกสร โดยวางแผนดำเนินการทดลอง 3 รูปแบบ ได้แก่ การศึกษาข้อมูลพื้นฐานด้านการสังเคราะห์แสง การศึกษาด้านจุลภูมิอากาศในช่วงพัฒนาจากดอกเป็นผลอ่อน และการทดลองแก้ปัญหาดอกและผลอ่อนร่วงด้วยการใช้สารปรับปรุงดิน สารควบคุมการเจริญเติบโต และสารกระตุ้นทางชีวภาพ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะนักวิจัยได้ลงพื้นที่ร่วมกับสภาเกษตรกรและกลุ่มปรับปรุงคุณภาพไม้ผลในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งเป็นสวนลิ้นจี่เบญจพรรณที่มีการปลูกลิ้นจี่หลายพันธุ์ในแปลงเดียวกัน ทั้งนี้บางแปลงเป็นการปลูกลิ้นจี่เพียงพันธุ์เดียว และบางแปลงมีการปล่อยผึ้งเพื่อช่วยในการผสมเกสร และเมื่อวิจัยแล้วเสร็จจะมีการจัดทำคลิปวิดีโอเผยแพร่ผ่านช่องทาง YouTube เพื่อใช้เป็นสื่อให้เกษตรกรสามารถศึกษาและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ นอกจากนี้จะคัดเลือกตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่เดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรและนักวิชาการที่จังหวัดนครพนม พร้อมทั้งจัดประชุมใหญ่เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จำนวน 200 รายต่อไป



