มาแล้วค่าแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักทุกคน “นูน่าเมี้ยน” เหยี่ยวข่าวผู้แสนดีกลับมาพบกับทุกคนอีกแล้ว และแน่นอนต้องมาพร้อมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง และไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาที่น่าสนใจมาอัปเดตให้ทุกคนได้เข้ามาอ่านแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านคอลัมน์บันเทิงสุดฮอตอย่าง “SeoulStation” โดยสัปดาห์นี้นูน่าขอพาทุกคนมาพูดคุยถึงซีรีส์ที่แฟนๆ ต่างพากันให้ความสนใจ และพูดถึงกันหนักมาก สำหรับซีรีส์รักโรแมนติกคอเมดี้ “Spring Fever” ที่นำแสดงโดย “อันโบฮยอน” (Ahn Bo Hyun) และ “อีจูบีน” (Lee Joo Been) ซึ่งสตรีมให้รับชมบนPrime Video โดยดัดแปลงจากนิยายออนไลน์ที่เล่าเรื่องราวโรแมนติกคอเมดี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของครูสาวปริศนาผู้ปิดกั้นหัวใจและย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านชนบทอย่างเงียบๆ กับชายหนุ่มผู้คาดเดาไม่ได้ที่พุ่งตรงเข้ามาในชีวิตเธอแบบไม่มีเบรก ทั้งคู่กำลังจะทำให้โรงเรียนในชนบทที่เคยเงียบเหงาแห่งนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

สำหรับ “Spring Fever” เป็นผลงานการกำกับของ “พัควอนกุก” ผู้ที่เคยสร้างปรากฏการณ์จากซีรีส์Marry My Husband มาแล้วก่อนหน้านี้ และเขียนบทโดย “คิมอาจอง” ถ่ายทอดเรื่องราวความรักอบอุ่นแห่งฤดูใบไม้ผลิที่จะค่อยๆ ละลายหัวใจอันเย็นชาของ “ยุนบม” (รับบทโดย อีจูบีน) คุณครูมัธยมปลายผู้เยือกเย็นที่ย้ายมาอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า ชินซู ด้วยความหวังที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ จากที่เป็นคนเย็นชาและเก็บตัว เธอค่อยๆ เปิดใจหลังจากได้พบกับ “ซอนแจกยู” (รับบทโดย อันโบฮยอน) ชายหนุ่มไฟแรงที่จะพลิกให้ชีวิตในหมู่บ้านอันเงียบสงบเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

และเพื่อเป็นความพิเศษสำหรับแฟนๆ “นูน่าเมี้ยน” ก็ไม่พลาดคว้าตัว “อันโบฮยอน” และ “อีจูบีน” มาพูดคุยสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟถึงเกี่ยวกับเบื้องหลังและการทำงานในซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้เรื่องนี้ การเจาะลึกตัวละครที่พวกเขาได้รับ เคมีและการทำงานร่วมกัน รวมถึงความพิเศษของการถ่ายทำที่เลือกถ่ายทำที่ “เมืองโพฮัง” ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามและอาหารขึ้นชื่อที่จะช่วยเยียวยาจิตใจผู้ชม และข้อความที่ผากถึงผู้ชมทุกคนด้วย!
อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจมาร่วมงานในซีรีส์ “Spring Fever”?
อันโบฮยอน: “อย่างแรกเลยคือบทครับ บทน่าสนใจมาก แล้วบทพูดของตัวละครผมก็ใช้สำเนียงท้องถิ่น ซึ่งเป็นสำเนียงที่ผมมั่นใจและถนัดอยู่แล้ว ผมเลยอยากทำให้มันออกมาดีที่สุด แล้วพออ่านรายละเอียดตัวละครในบท ผมรู้สึกว่าตัวเองน่าจะใส่ความสนุกและความมีชีวิตชีวาให้ตัวละครนี้ได้เยอะ เลยตัดสินใจรับเล่นครับ”
อีจูบีน: “สำหรับฉันอย่างแรกคือ ตอนอ่านบทแล้วรู้สึกว่าสนุกมากจริง ๆ และคิดว่าฉันน่าจะถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาในแบบที่ “สนุก” ได้ดี ก็เลยอยากลองทำดูค่ะ อีกอย่างคือสถานที่ถ่ายทำหลักจะเป็นหมู่บ้านริมทะเล ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนทุกวันได้ไปเที่ยวด้วย ไปทำงานด้วย เลยคิดว่าทุกช่วงเวลาในกองน่าจะเต็มไปด้วยความสุขค่ะ ก็เลยอยากร่วมโปรเจกต์นี้”

ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สำหรับตัวพวกคุณเองในฤดูใบไม้ผลิส่วนมากพวกคุณทำอะไร หรือมีเรื่องราวไหนที่คุณมักจะคิดถึงในช่วงฤดูนี้บ้าง?
อีจูบีน: “ฉันชอบกลิ่นของการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิมากเลยค่ะ พออากาศดีขึ้นก็อยากจะออกไปข้างนอกอยู่เรื่อย อยากจะไปขับรถเล่น บางทีก็ไปแคมปิง ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ ฉันเคยนั่งรถบัสไปย่านที่ไม่รู้จัก ไปเดินเล่น พอฤดูใบไม้ผลิมาถึงเมื่อไหร่ ก็จะรู้สึกว่าตัวเองกล้าหาญมากขึ้น บ้าบิ่นมากขึ้น และได้ลองผจญภัยด้วยค่ะ”
อันโบฮยอน: “ผมเองก็เหมือนกันครับ พอผ่านฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ ก็จะเฝ้ารอฤดูใบไม้ผลิมาก ๆ ในซีรีส์ของเราก็มีฉากที่ทำให้รู้สึกว่า ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้วสินะ ส่วนที่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในฉากนั้น ก็คล้ายกับผมเลยครับ พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ผมเองก็จะตามหาช่วงเวลาโกลเดนไทม์ที่ดอกพ็อดกดบาน คอยหาสถานที่สวย ๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปดู หรือไม่ก็ขี่จักรยาน ผมมีความทรงจำแบบนั้นครับ ผมรู้สึกว่าจะเฝ้ารอและชอบฤดูใบไม้ผลิมากกว่าฤดูอื่น ๆ”
อยากให้ช่วยเล่าถึงความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกัน และเคมีบนจอของคุณทั้งคู่?
อันโบฮยอน: “ผมรู้สึกเลยว่าทุกประโยค ทุกการพูดคุย ทุกบทสนทนา แล้วก็ทุกฉากที่เราแสดงด้วยกัน เคมีของเราดีมากครับ มีหลาย ๆ ฉากที่ผมรู้สึกว่าเหมาะกับโทนรอมคอมแบบสุด ๆ เพราะตัวละครยุนบมที่อีจูบีนแสดง เป็นคนที่อารมณ์ขึ้นๆลงๆค่อนข้างมาก และเพราะเธอถ่ายทอดตรงนี้ออกมาได้ดีมาก ผมเองก็เลยใส่พลังในส่วนคอเมดี้ของตัวเองได้เต็มที่เหมือนกัน”
อีจูบีน: “เราสองคนมีฉากแอ็กชั่นร่วมกันเยอะเหมือนกันนะคะ โบฮยอนเก่งมากในเรื่องฉากที่ต้องใช้ร่างกาย การเคลื่อนไหว และการแสดงแอ็กชั่น เขาใช้ร่างกายได้ดีมากจริง ๆ ฉันเลยรู้สึกเหมือนได้รับการซัปพอร์ตตลอด ทำให้หลายอย่างง่ายขึ้นสำหรับฉันเยอะเลยค่ะ”

ความท้าทายของบท “ซอนแจกยู” และ “ยุนบม” และคิดว่าอะไรที่ทำให้คนดูตกหลุมรักตัวละครนี้?
อีจูบีน: “ยุนบมเป็นคนที่มีทั้งมุมหนัก ๆ และจริงจัง รวมไปถึงมุมที่ผ่อนคลายและไร้สาระสุด ๆ เหมือนกันค่ะ พอฉันต้องแสดงคอเมดี้ และเรื่องราวในอดีตสลับไปมา การจะหาจุดที่มาเชื่อมต่อสิ่งเหล่านี้ให้เข้ากันได้ดี เป็นจุดที่ค่อนข้างยากค่ะ แต่ก็เป็นความยากที่สนุกมากเช่นกันค่ะ สำหรับเสน่ห์ที่ทำให้คนตกหลุมรักตัวละครยุนบม อาจจะเป็นเสน่ห์แบบคาดไม่ถึง รูปลักษณ์ภายนอกและบรรยากาศของบมจะดูเย็นชาและเย่อหยิ่ง แต่ตัวจริงของเธอกลับไม่เป็นแบบนั้นเลย เธอมีความบริสุทธิ์แบบบ๊อง ๆ คิดว่าความน่ารักเหล่านี้เป็นเสน่ห์ของบมค่ะ
อันโบฮยอน: “สำหรับแจกยู ตอนที่ผมแสดงเป็นตัวละครนี้ไม่ได้มีอะไรที่ยากเป็นพิเศษครับ สำหรับเสน่ห์ของตัวละคร ผมคิดว่าผู้ชมจะต้องหลงรักแจกยูแน่นอน เพราะแจกยูมีทั้งมุมของความรักที่บริสุทธิ์ และเป็นคนที่ “กรอบนอกนุ่มใน” คือภายนอกดูหยาบกระด้าง แต่ภายในอบอุ่นและอ่อนโยน เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์แบบพุ่งตรงเข้าใส่ เป็นเหมือนกับหอกและเปลวไฟ ผมเลยคิดว่าผู้ชมน่าจะตกหลุมรักเสน่ห์เหล่านี้ของเขาครับ”

“Spring Fever” เป็นซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้ที่ดูแล้วหัวใจพองโต คุณคิดว่าซีรีส์นี้มี “พลังวิเศษ” แบบไหนที่จะทำให้ผู้ชมยิ้มได้แม้ในวันที่เหนื่อยล้า?
อีจูบีน: “จะเรียกว่าเป็นการเล่นคำกันได้ไหมนะคะ ที่อยู่ในบท ฉันขอเล่นคำที่อยู่ในบทของซีรีส์เรื่องนี้นะคะ นั่นคือ หอกกับโล่ค่ะ เพราะบทในเรื่องมีการรับส่งกันเหมือนเป็นหอกกับโล่ ทำให้เรื่องราวสนุกมาก รวมถึงเคมีรูปลักษณ์ภายนอกของแจกยูกับบมก็เป็นส่วนที่สำคัญเช่นกันค่ะ”
อันโบฮยอน: “ผมคิดว่าถ้าได้รับชมการรับส่งบทและการโต้ตอบของแจกยูกับบม จะทำให้ผู้ชมยิ้มออกมาแน่นอนครับ รวมถึงการแสดงของนักแสดงหลายๆท่านด้วย อีกอย่างเรื่องนี้เราใช้สำเนียงท้องถิ่นด้วย ถึงแม้ Spring Fever จะเป็นซีรีส์แนวโรแมนติกคอเมดี้ แต่ก็มีฉากแอ็คชั่นที่ยอดเยี่ยมเยอะมากครับ ในบรรดาแอ็กชั่นที่ผมเคยแสดงมา ไม่มีฉากแอ็กชั่นไหนเหมือนเรื่องนี้เลย เพราะจะเป็นแอ็กชั่นที่ทำให้ยิ้มออกมาแบบคาดไม่ถึง ผมเชื่อว่าถ้าได้รับชมฉากต่างๆเหล่านี้ ทุกคนจะต้องยิ้มออกมาแน่นอนครับ”

ถ้าคุณต้องการทำความรู้จักกับใครสักคนที่ปิดกั้นหัวใจ คุณจะทำอย่างไร หรือมีวิธีแสดงออกในรูปแบบเพื่อทำความรู้จัก และเข้าไปเปิดหัวใจของเขาคนนั้น?
อีจูบีน: “การที่จะเข้าไปสนิทกับคนที่ปิดกั้นหัวใจ เป็นสิ่งที่ยากมากๆ เลยค่ะ ฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือความสม่ำเสมอและการคอยอยู่เคียงข้าง ฉันจะบอกว่าฉันอยู่ตรงนี้เสมอนะ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องใช้เวลากว่าที่เขาจะยอมเปิดใจอีกครั้ง และเมื่อเขาเปิดประตูหัวใจให้ แม้ว่าจะเพียงสัญญาณแค่นิดเดียว อาจจะไม่ได้มากมายอะไรเป็นพิเศษ แต่ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างและรับฟังความรู้สึกของเขาอย่าแท้จริง”
อันโบฮยอน: “ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเขาปิดกั้นหัวใจเพราะอะไร แต่ผมคงจะไม่พยายามไปเปิดหัวใจของเขาครับ ผมจะคอยเฝ้าดูเขาอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ เหมือนกับคุณพ่อขายาว และจะคอยช่วยให้เขาสามารถค่อย ๆ เปิดหัวใจได้เองครับ”
เรื่องราวส่วนใหญ่เกิดขึ้นในชนบท ระหว่างถ่ายทำคุณได้ค้นพบอาหารท้องถิ่นหรือทิวทัศน์ใหม่ ๆ ที่ทำให้คุณประทับใจหรือตกหลุมรักบ้างไหม?
อีจูบีน: “วิวพระอาทิตย์ตกในเมืองใหญ่ก็สวยมากเหมือนกัน แต่ฉันรู้สึกตกหลุมรักท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาตอนอยู่ที่ทะเลค่ะ มันจะมีประกายระยิบระยับที่สะท้อนบนทะเลเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก เวลาเห็นภาพแบบนั้นรู้สึกได้รับการเยียวยาหัวใจเลยค่ะ ทุกครั้งที่ถ่ายทำ พอทำการแสดงอย่างเหน็ดเหนื่อยแล้วเห็นทะเลทีไร ก็จะรู้สึกว่านี่เรามาเที่ยวเล่นหรือเปล่า ทำให้รู้สึกได้ผ่อนคลายมากเลยค่ะ”

อันโบฮยอน: “พวกเราถ่ายทำกันหลายที่มาก ถึงแม้ว่าจะเป็นทะเลที่เห็นอยู่ทุกครั้ง แต่ทำให้รู้สึกแปลกใหม่อยู่เสมอ พอได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกได้รับการเยียวยา สถานที่ที่เราถ่ายทำคือ เมืองโพฮัง จังหวัดคยองซังเหนือ ที่นั่นขึ้นชื่อเรื่อง ควาแมกี (ปลาตากแห้ง) และยังมี มุลฮเว (ซุปปลาดิบเย็น) ที่ดังมาก ๆ ผมได้ทานมุลฮเวไปแบบจัดเต็มเลยครับ อร่อยมากๆเลย นอกจากอาหารแล้ว ทิวทัศน์และบรรยากาศที่อบอุ่นของเมืองโพฮัง ก็ตราตรึงใจผมมากครับ”
คุณคิดว่าสารสำคัญที่สุดที่ “Spring Fever” อยากสื่อถึงผู้ชมคืออะไร?
อันโบฮยอน: “ผมคิดว่าทุกคนต่างก็มีเรื่องของตัวเอง มีความกังวลและความเจ็บปวดของตัวเองทั้งนั้น ผมหวังว่าการได้ดู Spring Fever จะเป็นประสบการณ์ที่เยียวยาคุณได้บ้าง ทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้น อย่างน้อยระหว่างที่ดู คุณอาจจะลืมปัญหาของตัวเองไปได้บ้าง ถ้าซีรีส์ของเราทำได้แบบนั้น ผมจะรู้สึกว่าทุกอย่างคุ้มค่ามากครับ
อีจูบีน: “ตัวละครทุกตัวที่เราได้พบใน Spring Fever ต่างก็มีบาดแผลหรือเรื่องให้ต้องต่อสู้ของตัวเองทั้งนั้น เวลาต้องเผชิญเรื่องยาก ๆ มันลำบากมากอยู่แล้ว หลายคนพยายามจะฝ่ามันไปด้วยตัวเองคนเดียว แต่ฉันคิดว่าบางครั้ง การแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไป เราไม่จำเป็นต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว การลองเปิดใจให้คนอื่น และยอมให้ตัวเองพึ่งพาใครสักคนได้บ้าง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาก็ได้ ฉันอยากส่งข้อความนี้ให้ทุกคนค่ะ”

ขอ 1 ประโยค ที่จะทำให้แฟนๆอยากติดตามชมซีรีส์เรื่องนี้?
อันโบฮยอน: “ความพยายามของคุณจะไม่สูญเปล่า”
อีจูบีน: “ฤดูใบไม้ผลิจะต้องมาถึงแน่นอนค่ะ”

บทสัมภาษณ์นี้ทำให้นูน่าเห็นว่า “Spring Fever” ไม่ใช่แค่ซีรีส์รักตลกทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวที่เน้นเคมีตัวละครที่ต่างกันสุดขั้ว เรื่องราวสดใสของเด็กนักเรียนมัธยมที่จะทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ การเยียวยาจิตใจผ่านบรรยากาศชนบท และการมอบพลังบวกให้กับผู้ชม โดยแฟนๆ สามารถติดตามชมบน Prime Video เท่านั้น และชมสองตอนใหม่ได้ทุกวันจันทร์และอังคาร!
คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”



