เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (23 ม.ค.) ที่ห้องประชุมโรงเรียนห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายปกครองและความเป็นกลางทางการเมืองของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพสมาชิกชมรม STRONG–จิตพอเพียงด้านทุจริต เพื่อ “ถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต”

การประชุมครั้งนี้มี พันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รอง ผวจ.ตรัง นายบัณฑิต คณะสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง นายสุวิชาญ ประชาชาติ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรัง และนายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง

ในวงเสวนา ได้กล่าวถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. นี้ โดยมีการหยิบยกประเด็นปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งยังคงปรากฏข่าวสารอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา แม้หลายพื้นที่จะพบเบาะแส แต่ยังขาดหลักฐานที่เพียงพอในการดำเนินคดี

ทางสำนักงาน กกต. จึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือมีหลักฐานการซื้อสิทธิขายเสียง ขอให้แจ้งมายัง กกต.ประจำจังหวัดในพื้นที่ รวมถึง กกต.ประจำจังหวัดตรัง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ การเสวนาดังกล่าวมี กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ อ.ห้วยยอด รวมถึงนักเรียนโรงเรียนห้วยยอด เข้าร่วมรับฟัง โดยมีการย้ำถึงผลกระทบของการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งหากผู้ที่ใช้เงินซื้อเสียงสามารถเข้าสู่อำนาจได้ ย่อมนำไปสู่การทุจริตเชิงนโยบายและการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อถอนทุน ส่งผลเสียต่อประเทศชาติในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม พันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รอง ผวจ.ตรัง ได้ย้ำถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าจะต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง และร่วมกันสอดส่องการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และได้ผู้แทนที่มีคุณภาพเข้ามาบริหารประเทศ

พันจ่าโทอนันต์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายการเมืองไม่สามารถใช้อำนาจปลดหรือไล่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่งได้ พร้อมสะท้อนปัญหาการทุจริตในสังคมไทยที่ “มีเงินเป็นพระเจ้า” เป็นปัจจัยสำคัญ โดยระบุว่า ปัจจุบันเงินกลายเป็นสิ่งที่บันดาลได้ทุกอย่าง การทุจริตมีอยู่ในทุกวงการ เห็นได้จากหลายกรณีทั้งการปลดผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หรือข้าราชการระดับสูงในหลายพื้นที่ รวมถึงจ.ตรัง ซึ่งล้วนมีจุดเริ่มต้นจากเงินเป็นพระเจ้า สุดท้ายผู้กระทำผิดไม่สามารถพาชีวิตรอดได้ และต้องจบลงด้วยกระบวนการยุติธรรม ทุกวงการเงินเข้าไปเป็นพระเจ้าทั้งหมด ความชั่วเกิดจากเงินทั้งนั้น

รอง ผวจ.ตรัง ยังกล่าวว่า กำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นตำแหน่งที่ได้รับเลือกจากประชาชน แต่เมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้ว จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐตลอด 24 ชั่วโมง โดยกฎหมายและระเบียบกำหนดให้ต้องวางตัวเป็นกลางในทุกกรณี โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีบทลงโทษที่เข้มงวด หากมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านได้ตลอดชีวิต

“นี่คือสิ่งที่ผมขอย้ำและกำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกคน ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสถานะของการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเคร่งครัด” รอง ผวจ.ตรัง กล่าว

ด้านนายประดิษฐ์ สุขเสน กำนันตำบลวังมะปรางเหนือ และประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดตรัง กล่าวว่า กำนันและผู้ใหญ่บ้าน มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง ควบคู่กับการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่ฝ่ายปกครองในระบอบประชาธิปไตย.