สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า เนื้อหาตอนหนึ่งในเอกสารยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุเกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ว่าเกาหลีใต้ “มีศักยภาพเพียงพอ” ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการป้องปรามเกาหลีเหนือ ซึ่งสหรัฐจะยังคงให้การสนับสนุนในส่วนที่สำคัญ “แต่จะอยู่ในวงจำกัดมากขึ้น”
ขณะเดียวกัน “การเปลี่ยนแปลงสมดุลแห่งความรับผิดชอบนี้ สอดคล้องกับผลประโยชน์ของอเมริกาในการปรับปรุงการวางกำลังพลของสหรัฐบนคาบสมุทรเกาหลี ให้มีความทันสมัยมากขึ้น
Pentagon foresees ‘more limited’ role in deterring North Korea https://t.co/gZUmbThJKO
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) January 24, 2026
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันส่งสัญญาณมากขึ้น ถึงความต้องการที่จะทำให้กองทัพสหรัฐในเกาหลีใต้มีความ “ยืดหยุ่น” มากขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติการนอกคาบสมุทรเกาหลีได้ หากต้องเผชิญกับภัยคุกคามในวงกว้าง เช่น การปกป้องไต้หวัน หรือการตรวจสอบการขยายอิทธิพลทางทหารของจีน
ด้านเกาหลีใต้ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลโซลมีท่าทีต่อต้านแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนบทบาทของกองทัพสหรัฐในเกาหลีใต้ แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลโซลก็เร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านกลาโหมของตนเองมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะสามารถรับอำนาจบัญชาการรบของกองกำลังผสมสหรัฐ-เกาหลีใต้ ได้ด้วยตนเอง
ปัจจุบัน สหรัฐประจำการทหารอยู่ในเกาหลีใต้ราว 28,500 นาย ส่วนใหญ่เป็นทหารบก และในปีงบประมาณ 2569 เกาหลีใต้เพิ่มงบประมาณอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการคงทหารสหรัฐไว้เป็นจำนวนเงินประมาณ 1.52 ล้านล้านวอน (ราว 32,813.52 ล้านบาท ).
เครดิตภาพ : AFP



