สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับย่อยว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายสัญชาติ ลงวันที่ 1 ธ.ค. 2560 ตามมาตราที่ 29 ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ลงทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในพื้นที่สำคัญ สามารถยื่นขอสัญชาติเขมรได้โดยการแปลงสัญชาติ ตามมาตรา 21

นักลงทุนต่างชาติทุกคนที่ยื่นขอสัญชาติเขมร จะได้รับการประเมินโดยกระทรวงมหาดไทย และในบางกรณี กระทรวงอาจปรึกษาหารือกับกระทรวงอื่น ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย อย่างไรก็ดี เงินลงทุนส่วนบุคคลต้องมีที่มาอย่างชัดเจน และถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับการขอสัญชาติโดยการบริจาค ชาวต่างชาติจะต้องบริจาคเงินสดอย่างน้อย 12,000 ล้านเรียล (ราว 92.7 ล้านบาท) ให้แก่รัฐหรือภาคส่วนด้านมนุษยธรรม ผู้ที่บริจาคเงินสดส่วนบุคคลให้แก่รัฐ เพื่อประโยชน์ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือภาคส่วนด้านมนุษยธรรมในราชอาณาจักรกัมพูชา สามารถยื่นขอสัญชาติ โดยการแปลงสัญชาติได้ตามมาตรา 22 แห่งกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา 31 ของพระราชกฤษฎีกา

เช่นเดียวกับนักลงทุน เงินบริจาคส่วนบุคคลต้องมีที่มาที่ชัดเจน และเป็นแหล่งที่มาที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะต้องนำเงินเข้าสู่บัญชีงบประมาณแผ่นดิน ผ่านกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง

ก่อนหน้านี้ การขอสัญชาติเขมรผ่านการลงทุนต้องใช้เงินประมาณ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.3 ล้านบาท) และบริจาคขั้นต่ำ ประมาณ 245,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.6 ล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP