เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 69 ตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) โดยกำลังตำรวจกองปราบ กองกำกับการ 6 ชุดปฏิบัติการ 5 สตูล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. และชุดจับกุมที่นำโดย พ.ต.ต.ปฏิภาณ สุขฐิน สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.ท.วุฒิพงษ์ สุพรรณชนะบุรี รอง สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายดุรงค์ ลอยสาคร อายุ 58 ปี หรือกูล ชาว อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และถูกตั้งรางวัลนำจับในประกาศสืบจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลำดับที่ 225 มีรางวัลนำจับมูลค่า 100,000 บาท และหนีคดีมานานกว่ากว่า 4 ปี ขณะกบดานที่ จ.เลย โดยถูกจับกุมได้ที่ริมถนนสาธารณะ หน้าศาลจังหวัดเลย อ.เมืองเลย จ.เลย

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาด้วง จ.เลย นำกำลังเข้าจับกุมวงพนันไฮโลในพื้นที่ และควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 9 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชายวัยกลางคนซึ่งไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน และได้โกหกเจ้าหน้าที่ด้วยการแจ้งชื่อปลอม แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเกิดความสงสัยเนื่องจากตรวจสอบในระบบทะเบียนราษฎร แล้วไม่พบข้อมูล จึงประสานมายัง กองกำกับการ 6 บก.ป. เพื่อใช้ระบบฐานข้อมูล Big Data ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล จึงรู้ว่าแท้จริงคือ นายดุรงค์ ผู้ต้องหารายสำคัญดังกล่าว
ย้อนกลับไปเมื่อคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 นายดุรงค์ ได้ใช้อาวุธมีดเชือดหมูแทงหลัง นายวงศ์ จนเสียชีวิต ขณะนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา สาเหตุแค่ นายดุรงค์ ชวนผู้ตายเข้าไปดื่มเบียร์ในบ้าน แต่นายวงศ์ ปฏิเสธว่า “กินหน้าบ้านดีกว่า เดี๋ยวจะพูดขัดคอกันอีก” ทำให้นายดุรงค์ ไม่พอใจใช้มีดเชือดหมูแทงทันที และนายวงศ์ พยายามขี่รถหนีไปได้ 600 เมตร ก่อนจะล้มลงและเสียชีวิต ส่วนนายดุรงค์ ได้หลบหนีไปและทิ้งอาวุธมีดไว้ในที่เกิดเหตุ จนถูกศาลจังหวัดนาทวีออกหมายจับและหนีคดีมาตลอด นอกจากนี้ยังมีประวัติเคยกระทำความผิดอาญา “ตัวการในข้อหามี อาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน โดยมิได้อนุญาต (ครอบครองปืนไม่มีทะเบียน)”

จากการสอบสวนเบื้องต้นก็ให้การรับสารภาพ โดยหลังก่อเหตุได้ตระเวนหลบหนีไปตามจังหวัดต่างๆ และพยายามปกปิดตัวตนด้วยการใช้ชื่อปลอมมาตลอด จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ขณะร่วมเล่นการพนัน
นอกจากนี้ยังมีความผิดกรณี เจ้าพนักงานถามชื่อเพื่อปฏิบัติการตามหน้าที่แต่ “โกหก” หรือ “ไม่ยอมบอก” ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และยังถูกแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนคุมตัวส่ง สภ.สะท้อน จ.สงขลา พื้นที่เกิดเหตุดำเนินคดีต่อไป


