สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวในรายการ “ดิส วีค” ของเอบีซีนิวส์ ว่า รัฐบาลอวอชิงตันไม่สามารถปล่อยให้แคนาดากลายเป็นช่องทางที่จีนจะระบายสินค้าราคาถูกเข้าสู่ตลาดในอเมริกาได้ ดังนั้น หากรัฐบาลออตตาวาทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับจีน สหรัฐจำเป็นต้องเก็บภาษีสินค้าของแคนาดาในอัตรา 100% เพื่อสกัดมาตรการทุ่มตลาดของรัฐบาลปักกิ่ง


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ผู้นำแคนาดา เยือนจีนเมื่อช่วงกลางเดือนนี้ โดยมีการพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลง “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ใหม่” และข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้น


ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว มีการคาดการณ์ว่าจีนจะลดภาษีนำเข้าเมล็ดคาโนลาจากแคนาดาลงเหลือประมาณ 15% ภายในวันที่ 1 มี.ค. นี้ จากเดิมที่สูงถึง 84% ขณะเดียวกัน จีนจะอนุญาตให้ชาวแคนาดาเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ในทางกลับกัน แคนาดาจะนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จากจีนจำนวน 49,000 คัน ภายใต้อัตราภาษีพิเศษใหม่ที่ 6.1%


ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า คาร์นีย์กำลัง “คิดผิดอย่างมหันต์” เพราะ “จีนจะรุมกินโต๊ะแคนาดา จะกลืนกินจนหมดสิ้น รวมถึงทำลายธุรกิจ โครงสร้างทางสังคม และวิถีชีวิตโดยรวมของชาวแคนาดาด้วย”


ด้านนายโดมินิก เลอบลองต์ รมว.การค้าแคนาดา กล่าวว่า สิ่งที่มีการตกลงกับจีนไม่ใช่ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) แต่เป็นข้อตกลงที่คาร์นีย์บรรลุกับผู้นำจีน เพื่อแก้ไขปัญหาสงครามภาษีที่มีต่อกันมานานหลายปีเท่านั้น.

เครดิตภาพ : REUTERS