“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความสำเร็จของทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย ในศึกอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยช่วยกันคว้ามาได้ 175 เหรียญทอง, 155 เหรียญเงิน และ 156 เหรียญทองแดง ทวงเจ้าเหรียญทอง จากอินโดนีเซีย กลับคืนมาได้สำเร็จอีกครั้ง หลังทำได้ครั้งล่าสุดในครั้งที่ 8 ที่สิงคโปร์ เมื่อปี 2558 ว่า เดิมทีเป้าหมายของเราคือ 231 เหรียญทอง แต่ด้วยสถานการณ์บางอย่างที่ควบคุมไม่ได้ มีบางอีเวนต์ถูกตัดออกไป และบางชนิดกีฬาพลาดเป้า ทำให้เราคว้ามาได้ 175 เหรียญทอง อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วยังถือว่ายอดเยี่ยม เพราะทำให้เรากลับมาคว้าเจ้าเหรียญทองได้อีกครั้ง เป็นสมัยที่ 7 ยังมากกว่าทุกชาติ

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า สำหรับนักกีฬาพาราไทยชุดนี้ เป็นชุดผสมระหว่างนักกีฬาเก่าและรุ่นใหม่ครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มที่ดี มีการทำลายสถิติกรีฑาและว่ายน้ำ รวมกันถึง 47 รายการ เป็นไปตามเป้าหมายที่เราคาดหวังไว้ แม้บางชนิดกีฬาจะพลาดไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าคู่แข่งอย่าง อินโดนีเซีย, มาเลเซีย รวมถึงฟิลิปปินส์ แข็งแกร่งเหมือนกัน ซึ่งเท่าที่ประเมินเชื่อว่าทัพพาราไทย สามารถต่อยอดไปสู่เอเชียนพาราเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ ในอนาคตได้

“ขอชื่นชมจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าภาพที่จัดการแข่งขันออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ขณะที่กระแสตอบรับจากแฟนกีฬาก็คึกคัก ยกตัวอย่าง นัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลคนตาบอด ที่มาชมกันเต็มสนาม รวมถึงนัดชิงชนะเลิศ วีลแชร์บาสเกตบอล มียอดคนดูไลฟ์สดพร้อมกันสูงถึง 2 แสนยูสเซอร์ ถือว่ากระแสดังกล่าวน่าพอใจอย่างยิ่ง และคุ้มค่าอย่างมาก ทั้งในด้านการแข่งขันกีฬา และการช่วยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศ” บิ๊กก้อง กล่าว.


