เป็นหนึ่งในผู้สมัครหน้าใหม่ของค่ายส้ม “พรรคประชาชน” ที่เปิดตัวออกมาแล้วต้องร้องว้าว สำหรับ “ปาล์ม” ชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 28 บางบอน-จอมทอง-หนองแขม หมายเลข 3 พรรคประชาชน นอกจากดีกรีไม่ธรรมดาเพราะเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาในแวดวงสื่อสารมวลชนและภาคประชาสังคม ในเรื่องพื้นที่ก็ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคส้ม ซึ่งเจ้าของพื้นที่เดิมคือส้มตัวจี๊ด “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่สร้างประวัติศาสตร์โค่นบ้านใหญ่ “บางบอน” จนราบคาบ วันนี้เชิญทำความรู้จักกับ “ปาล์ม” ชลณัฏฐ์ ตัวแทนพรรคประชาชนว่ารักษาเก้าอี้ สส.ของพรรคส้ม และมีแนวทางการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนชาว กทม. เขต 28 อย่างไร

โดย “ปาล์ม” บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นในเส้นทางการเมือง ว่า จริงๆ แล้วตนอยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชนมา 20 ปี งานหลักอยู่ที่ไทยพีบีเอส เริ่มต้นด้วยการเป็นพิธีกร หลังจากนั้นก็เป็นผู้ผลิตรายการด้วย รายการที่ทำตอนที่อยู่ไทยพีบีเอส ชื่อ รายการชุมชนต้นแบบ ชุมชนต้นประชาธิปไตย ทำให้ได้ลงพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ และได้ค้นพบความจริงข้อหนึ่งว่าหลายปัญหาที่เจอสาเหตุ มันกลับไปที่เรื่องของโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม จึงมีความรู้สึกว่ามันโยงใยไปที่เรื่องการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการแบ่งสรรผลประโยชน์ว่าใครจะได้อะไรเมื่อไร จึงค้นพบว่าสุดท้ายแล้วเค้กที่เขาแบ่งกันในเรื่องผลประโยชน์สมการต่างๆ มันไม่มีประชาชนอยู่ในนั้นเลย จึงสนใจเรื่องการเมือง โดยเฉพาะเราเคยทำงานในภาคประชาสังคมมา การเมืองคือเครื่องมือในการแก้ปัญหา สำหรับเรามันไม่เคยเป็นบันไดไปสู่อำนาจ จริงอยู่ว่าเราต้องการอำนาจเพื่อมาบริหารงานต่างๆ แต่ไม่ใช่อำนาจที่จะไปเบ่งกล้ามหรือแสดงอำนาจบาตรใหญ่อะไรแบบนั้น เรารู้สึกว่าเราสนใจการเมืองในแง่ที่จะเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา และเป็นการแบ่งสรรทรัพยากรไปสู่คนที่อยู่ล่างสุดของสังคมที่เขาไม่เคยอยู่ในสมการนี้มาก่อน เพราะว่าที่ผ่านมาเวลาเขาแบ่งผลประโยชน์กันก็จะเป็นในเรื่องของการแบ่งเค้ก รัฐมนตรี โควตา อะไรต่างๆ สรุปแล้วคือเริ่มสนใจการเมืองจากการทำงานลงพื้นที่ ทำรายการผลิตสารคดีอะไรประมาณนี้

สำหรับมุมมองต่อการเมืองในปัจจุบัน “ปาล์ม” มองว่า ในการเมืองภาพใหญ่มันมีการวิจารณ์การทำงานของพรรคประชาชนที่ผ่านมาว่าเป็นพรรคไก่อ่อน เป็นพรรคที่ตามเขาไม่ทัน ซึ่งในความเป็นจริงมันก็มีความตลกตรงที่ว่าคนที่ทำผิดกฎดันเป็นคนที่ถูกมองว่าเก๋าเกมทางการเมือง คนนี้เหลี่ยมจัด แต่คนที่เหมือนถูกหลอก คนที่ทำทุกอย่างตามหลักการที่ถูกต้อง เมื่อเพลี่ยงพล้ำก็จะโดนกดขี่ ก่นด่า เราจึงรู้สึกว่าอุดมการณ์หรือความตั้งใจอย่างหนึ่งในการเข้ามาทำงานการเมือง มันคือประเด็นที่อยากจะเปลี่ยนทัศนคติตรงนี้ แม้เปลี่ยนไม่ได้ในทันที แต่อยากจะปรับว่าสุดท้ายแล้วการที่มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งเขาทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และโปร่งใสมากๆ แบบนี้มันเป็นสิ่งที่การเมืองควรจะเป็น ถ้าถามว่ามองภาพการเมืองแบบไหนก็คือว่าการเมืองที่ผ่านมามันเน่าเฟะขนาดที่ว่าตรรกะของคนที่มองเรื่องการเมืองตอนนี้ มันตะแบงไปหมดแล้ว เราก็อยากจะสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ของการทำงานการเมืองที่ใสสะอาด ไม่ซื้อเสียง สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้

ถ้ามองการเมืองในภาพใหญ่ตอนนี้ มันมีเรื่องของการย้ายพรรคไปมาของนักการเมืองต่างๆ สิ่งหนึ่งที่คิดว่าน่าจะถามกลับไปยังพี่น้องประชาชน มันเป็นความจริงของจักรวาลอยู่แล้วที่คนเราจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แต่คำถามสำคัญที่ให้พี่น้องประชาชนตอบเองและให้เหล่าคนที่เป็นนักเลือกตั้งที่ไม่ใช่นักการเมือง ที่ใช้คำว่านักเลือกตั้งเพราะว่าคนบางคนอยู่มาครบทุกพรรคแล้ว คำถามคือจุดยืนและอุดมการณ์ของคุณคืออะไร คำถามสำคัญคือเวลาเขาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองนั้น ว่าเขาจะย้ายไปอยู่พรรคไหนอย่างไร เหตุผลเบื้องหลังมันมีผลประโยชน์ของประชาชนอยู่ในสมการอันนั้นด้วยหรือไม่ ถ้าเปรียบกับพรรคที่พูดแบบไหน ทำแบบนั้น เปรียบกับพรรคที่ตรงไปตรงมา และไม่ได้เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งตนไม่ปฏิเสธว่าในช่วงที่ผ่านมา มันก็มีงูเห่า มีคนเข้ามา แล้วก็ออกไปแต่มันเป็นเพียงส่วนน้อย ถ้าเรามองแกนหลักของพรรค เรามองแกนนำ เรามองการทำงานในภาพรวม พรรคประชาชนถึงแม้จะไม่เคยมีอำนาจเต็มในการบริหาร แต่ว่า 2 ปีที่ผ่านมา ในการที่พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง และเป็นการเลือกตั้งที่คนออกมาใช้สิทธิถล่มทลายในการเลือกตั้งปี 66 มันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราทำงานกันอย่างเอาเป็นเอาตายและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ แม้ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านก็ตาม

ขณะที่นโยบายหรือประเด็นที่ต้องการผลักดันหากได้เป็น สส. นั้น “ปาล์ม” ระบุว่า เรื่องที่ต้องการผลักดันมีทั้งส่วนที่เป็นเรื่องของพื้นที่ และเรื่องที่เป็นนโยบายภาพใหญ่ โดยในส่วนของพื้นที่ ถ้าเข้ามาดูในเรื่องของ กทม. รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะว่าหนึ่งในนโยบายที่พรรคประชาชนตั้งใจจะทำและเชื่อมโยงกับท้องถิ่นด้วยก็คือการปฏิรูป การกระจายอำนาจ มันมีเรื่องของการการถ่ายโอนอำนาจในพื้นที่ กทม. หลายภารกิจที่อยู่ในการดูแลของรัฐส่วนกลาง มันควรจะต้องมีการถ่ายโอนอำนาจส่วนนี้ให้กับ กทม. แต่ที่ผ่านมาแม้เป็นพื้นที่เราเองแต่เรากลับไม่มีอำนาจในการแก้ปัญหา เช่น ภารกิจในการจัดการจราจร ขนส่งสาธารณะ หรือใบอนุญาต สถานบริการ โรงแรม โรงงาน การจัดการปัญหาคนไร้บ้าน หรือการจัดการเรื่องที่ดินต่างๆ ที่ผ่านมามันอยู่ที่รัฐส่วนกลางหมด แต่หากถ่ายโอนอำนาจให้ กทม. จะสามารถจัดการได้ดีขึ้นมาก หนึ่งในนโยบายกระจายอำนาจที่เราตื่นเต้นมากก็คือพรรคประชาชนตั้งใจให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ให้ได้ทุกจังหวัดภายใน 4 ปี ถ้าได้เป็นรัฐบาล เป็นโยบายกระจายอำนาจที่เราเฝ้ารอ

“ปาล์ม” กล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่สนใจมากและใส่กระเป๋ามาด้วยคือเรามองว่าตอนนี้พรรคประชาชน สส.เขตหลายคนเป็น สส.ไฮบริดในแง่ที่ว่าเราทำงานในพื้นที่ได้ เราเข้าใจพื้นที่แต่เราก็พูดในสภาได้พร้อมๆ กัน สำหรับตนก็จะใช้ประสบการณ์จากการทำงานสื่อ ลงพื้นที่แก้ปัญหา เราไม่ได้เป็นหน้าใหม่ในเรื่องการลงพื้นที่ และเรามั่นใจว่าจะสามารถพูดในสภาได้เช่นกัน เพราะจากการทำงานที่ได้ไปสำรวจปัญหาต่างๆ มีทักษะในการเอาเรื่องยากๆ มาย่อยให้เข้าใจง่าย ซึ่งการสื่อสารในสภา เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นประเด็นที่เราสนใจที่เป็นเรื่องโครงสร้างคือ หนึ่งก็คือเรื่องของกฎหมายการฟ้องปิดปาก จากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อปี 2557 เคยจัดรายการเกี่ยวกับประชาธิปไตย แต่รายการถูกปรับรูปแบบหมด เพราะเป็นช่วงรัฐประหาร เรารู้สึกว่าสื่อไม่ควรถูกปิดปาก ประชาชนควรจะได้รับรู้ความจริงว่าเรื่องราวต่างๆ เป็นอย่างไร นอกจากนั้นมีเรื่องของการรณรงค์การต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศและความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมทั้งเรื่องสิทธิสตรี อนามัยเจริญพันธุ์ เป็นสิ่งที่เราติดตามอยู่ โดยเฉพาะการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ที่ตนมองว่าเป็นโรคที่เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำของผู้หญิง คือถ้าคนสามารถตรวจพบเชื้อ HPV ได้ก่อนและไปรักษาได้เร็ว จะมีโอกาสหายถึง 90 % ซึ่งปัญหาที่ผ่านมาคือคนเป็นโรคนี้เพราะเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุข
สุดท้าย “ปาล์ม” กล่าวถึงคู่แข่งในพื้นที่ ว่า อย่างที่ทุกคนทราบข่าวว่า วัน อยู่บำรุง อดีต สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ถอนตัวด้วยเหตุผลส่วนตัว อย่างไรก็ตามคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ในการทำการเมืองที่จะไม่วิเคราะห์คู่แข่งว่าเราแข่งกับใครอยู่ หน้างานเป็นอย่างไร การเมืองระดับท้องถิ่น หรือการเมืองระดับชาติเป็นอย่างไร ดังนั้นเอาเป็นว่าไม่ว่าใครจะไป ใครจะมา สิ่งที่เราเตรียมพร้อมเสมอก็คือเราทำงานทางความคิดหนักมาก หมายถึงว่าเวลาเราทำงานเราลงพื้นที่ไป เราไม่ได้ไปสวัสดีและแนะนำตัวแล้วจบแค่นั้น แต่จะสอบถามว่าคนในพื้นที่มีปัญหาอะไรบ้างช่วยเล่าให้ฟังหน่อย นอกเหนือจากเรื่องน้ำไหล ไฟสว่าง ลอกท่อ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งมันเป็นหน้าที่โดยตรงของ สก. แต่หากชาวบ้านมีปัญหาที่บอกเราได้เดี๋ยวเราจะประสานการแก้ปัญหาตามช่องทางต่างๆ ให้ ซึ่งทำให้ได้รู้ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาทางโครงสร้างมีเรื่องใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ ผู้พิการที่เข้าไม่ถึงบริการทางสังคมต่างๆ หรือเป็นเรื่องข้อพิพาทระหว่างวัดกับชุมชนที่เกิดขึ้นจริงๆ และยาวนานมาเป็น 10 ปี เราก็อยากทำประเด็นเรื่องการยกระดับการจัดการพื้นที่ธรณีสงฆ์ในชุมชน สิ่งเหล่านี้มันต้องไปแก้ในเชิงนโยบาย และแก้ไขข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาต่างๆ เป็นสิ่งที่ได้เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้

“สรุปคือพอคุณวัน อยู่บำรุง ไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งแล้ว ก็จะมีคนวิเคราะห์ว่ามันเป็นการแข่งขันหนึ่งต่อหนึ่งแล้ว ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย หรือระหว่างปาล์มกับม่วงศิริ สุดท้ายแล้วเราก็ทำงานทางความคิดเข้มข้นเหมือนเดิม ลงพื้นที่เข้มข้นกว่าเดิมอีก เวลาออกไปพบปะผู้คนก็คือเราก็พูดคุยนอกเหนือไปมากกว่าการแนะนำตัว ที่สำคัญทางพรรคมีการสนับสนุนที่ดีมากให้กับผู้สมัคร สส.เขต โดยเฉพาะผู้สมัครหน้าใหม่ คือมีคลินิกนโยบาย คลินิกกฎหมาย ที่สามารถติดต่อสอบถามได้เสมอ เข้าใจว่าหลังจากที่คุณวันออกไปมันก็ต้องเข้มข้นขึ้น พอตัวตัดคะแนนน้อยลง คู่แข่งหายไป หลายคนก็จะบอกมองเผินๆ คู่แข่งหายไปหนึ่งคนน่าจะสบาย แต่ไม่ใช่เลย มันยิ่งทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้นไปอีก แต่ไม่ว่าหน้างานรอบตัวเราจะเป็นอย่างไร มี 3 อย่างที่ต้องทำ คือ เราลงพื้นที่ทำงานทางความคิดให้หนัก เจอคนให้เยอะที่สุด ในขณะที่การสื่อสารผ่านออนไลน์ ออนแอร์เผยแพร่ความคิดของเราออกไปก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่สำคัญคือมีพรรคซัพพอร์ตเบื้องหลังในการทำงาน จึงคิดว่าเราก็ทำให้ดีที่สุด และมีเป้าหมายคือ 250 เสียง เราตั้งเป้าไว้และตั้งใจจะทำให้ถึง และระหว่างทางต้องไม่ประมาทเลย” ปาล์ม กล่าว
ประวัติการศึกษา
ปริญญาตรี อักษรศาสตร์ วิชาเอก-ภาษาอังกฤษ วิชาโท-นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้หญิงสู่การเป็นผู้นำทางการเมือง WEPLA: Women’s Empowerment and Political Leadership Academy หลักสูตรการดำเนินงานทางกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม กรณีความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงในชีวิตคู่ (DV Learning by TIJ)
ประวัติการทำงาน
พิธีกรรายการ ThaIPBS: ชุมชนต้นแบบ / ชุมชนต้นประชาธิปไตย พื้นที่ชีวิต / Backpack Journalist สารคดีใต้น้ำมหัศจรรย์พันธุ์ลึก (The Sea Wandererers) English Breakfast / Itchy Feet ภาษาอังกฤษติดเที่ยว ฯลฯ
พิธีกรและผู้ผลิตรายการสารคดีสิ่งแวดล้อม : 2องศา นวัตวิถีนอกห้องเรียน ทาง ALTV
นักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดูแลรายการโทรทัศน์ของฝ่าย Social Marketing
ผู้เขียนบทความ หนังสือ HERS: Her Volce, Her Power, Her Polltics รวมบทความจากผู้เข้าร่วมหลักสูตรอบรมนักการเมืองหญิง
ประวัติการทำงานการเมือง
ผู้ประสานงาน กลุ่ม สว.ประชาชน 2567 ตัวแทน กลุ่ม สว.ประชาชน ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้ยกเลิกระเบียบการแนะนำตัวแบบเก่าของ กกต. คณะทำงาน Safe Zone Thalland ภาคประชาสังคมที่ผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย และจริยธรรมในวิชาชีพจิตวิทยาการปรึกษา และเสนอนโยบายเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน.



