เมื่อวันที่ 26 ม.ค. พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลแพศย์ ผบก.ปอท. กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ถูกลักลอบสัญญาณส่งให้กัมพูชา ชายแดน จ.สระแก้ว ว่า เราตรวจสอบพบธุรกรรมทางการเงิน มี IP Address ชุดหนึ่ง แล้วก็ทราบว่า IP Address นี้เป็นของบริษัท AWN (บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด ในเครือ AIS) จึงได้ทำการสอบถามไปทาง AWN ว่า IP ชุดนี้เป็นของใคร หลังจากนั้นก็ได้รับความร่วมมือจาก AWN ได้ทำการตอบในส่วนของ IP Address ชุดนี้ว่า เป็นการให้บริการของบริษัท Viettel (เวียดเทล) มีการเชื่อมต่อสัญญาณที่บริเวณ ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และมีการเชื่อมต่อสัญญาณในความดูแลของบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์ จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้ถูกระงับการใช้แล้ว CIB ถึงได้ส่งข้อมูลชุดนี้ ประสานไปยัง กสทช. เพื่อทำการเข้าตรวจสอบบริเวณจุดตู้ Terminal นี้ จนนำไปสู่การตรวจค้น เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา ก็พบว่าจุดเชื่อมสัญญาณดังกล่าวได้ถูกระงับไปแล้ว
“เคสนี้ไม่ใช่เคสแรกที่เราทำงานร่วมกับ AWN มีการให้ข้อมูลกัน มีเคสก่อนหน้านี้และเคสอื่นๆ อีกหลายเคสที่เราทำงานร่วมกับ AIS ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอินเทอร์เน็ต ISP หรือเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ และได้มีผลการดำเนินการเป็นรูปธรรม จนถึงการจับกุมผู้ต้องหา” พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ กล่าว
ด้านนายปรัธนา ลีลพนัง ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กล่าวว่า เอไอเอสให้บริการอินเตอร์เน็ตกับลูกค้าทุกรายภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือห้ามให้บริการในต่างประเทศ ต้องใช้ในประเทศไทยเท่านั้น ที่ผ่านมาเอไอเอส หน่วยงานความมั่นคงและตำรวจได้มีความร่วมมือในการดำเนินการมาตลอด เช่นกรณีพื้นที่ชายแดนในการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เราช่วยกันมอนิเตอร์ตรวจสอบ รวมถึงการยกระดับการดูแลด้านการจดทะเบียนซิม ยืนยันว่าซิมเถื่อนของเราไม่มีแน่นอน เช่นเดียวกับการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็ต้องใช้งานในประเทศไทยเท่านั้น ที่ผ่านมามีการตรวจพบว่าผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่ไม่ใช้ IP Address ในประเทศไทยจนนำไปสู่การตรวจสอบค้นหาและระงับการใช้งานทันที
“กรณีนี้ที่เอไอเอสได้รับทราบข้อมูลก็ดำเนินการส่งข้อมูลรายละเอียดต่างๆรวมถึงใบแจ้งหนี้ที่เป็นข้อมูลให้กับตำรวจ เพื่อนำไปสู่ข้อมูลการสืบค้นปิดให้บริการและดำเนินคดีนี่คือความตั้งใจของเราในการจับกุมผู้ที่ละเมิด กรณีนี้เราพบว่าผู้ใช้งานลักลอบใช้อินเตอร์เน็ตโดยไม่ถูกต้องเราดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ยืนยันว่า เอไอเอส ให้ความร่วมมือกับตำรวจในการใช้บริการอินเตอร์เน็ตหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่อาจจะนำไปสู่การเอื้อบัญชีม้าหรือซิมม้า เราพบเราจะดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อผู้กระทำผิด ขอยืนยันว่าเอไอเอสไม่มีนโยบายในการสร้างรายได้ที่ ก่อให้เกิดการบ่อนทำลายทางความมั่นคงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย” นายปรัธนา กล่าว



