วันที่ 26 ม.ค. ที่ศาลจังหวัดพะเยา น.ส.รัชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” พร้อมทีมทนายความ เดินทางมายังศาลจังหวัดพะเยา โดยมีนักศึกษาและแฟนคลับราว 20 คน มารอพบภายในบริเวณศาล

ภายหลังทักทายผู้ที่มาให้กำลังใจ น.ส.รัชนก ให้สัมภาษณ์ว่า คดีที่อยู่ในชั้นศาลซึ่งทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ถอนฟ้องไปแล้วนั้น ขณะนี้เหลือเพียงคดีที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับสถานีตำรวจ ซึ่งตนไม่ได้รู้สึกหนักใจ พร้อมระบุว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกเป็นห่วงมากกว่าคือการที่มีประชาชนจำนวนมากถูกฟ้องร้อง จนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

น.ส.รัชนก กล่าวต่อว่า สำหรับประชาชนที่ถูกดำเนินคดี ไม่ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ และหากประชาชนเห็นว่าการกระทำของนักการเมืองต่อบุคคลธรรมดาไม่เป็นธรรม และต้องการช่วยเหลือ ก็สามารถร่วมบริจาคสนับสนุนศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ เนื่องจากขณะนี้มีหลายคดีที่อยู่ในการดูแลของศูนย์ฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้ตนได้พบกับทนายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งแจ้งว่ามีอย่างน้อย 3 คดี ขณะที่ทั่วประเทศมีจำนวนหลายสิบคดี

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงแนวโน้มคดีของตนเอง น.ส.รัชนก กล่าวว่า เป็นการฟ้องร้องในลักษณะของข้อความ ซึ่งสุดท้ายคดีก็น่าจะถูกยกฟ้อง เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่มีน้ำหนักทางกฎหมายมากนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือการสร้างภาระและต้นทุนชีวิตให้กับประชาชนที่ต้องเดินทางมาศาล โดยเฉพาะประชาชนคนธรรมดา หากอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และประกอบอาชีพค้าขาย ต้องเดินทางมาศาลที่จังหวัดพะเยา ก็ย่อมต้องสูญเสียรายได้หลายวัน

น.ส.รัชนก กล่าวอีกว่า ผู้ที่ดำเนินการฟ้องร้องอาจรู้สึกสะใจในลักษณะว่า “ด่าดีนัก วิพากษ์วิจารณ์ดีนัก ก็ลงโทษไปเลย จะได้ไม่ต้องพูดถึงฉัน” แต่การกระทำเช่นนี้กลับยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน เพราะเป็นการนำกฎหมายมาใช้กับประชาชน ทั้งที่นักการเมืองเป็นตัวแทนของประชาชน ได้รับอำนาจจากประชาชนมาเพื่อใช้ทำประโยชน์ ไม่ใช่นำมาใช้เล่นงานประชาชน

“ประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์หรือแม้แต่ด่าทอ ก็เพราะท่านอยู่ในฐานะนักการเมือง หากเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ใช้อำนาจ ประชาชนก็คงไม่จำเป็นต้องวิพากษ์วิจารณ์อะไร” น.ส.รัชนก กล่าว

นอกจากนี้ น.ส.รัชนก ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งของพรรคประชาชนในจังหวัดพะเยาว่า คาดหวังผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคได้รับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เป็นอันดับหนึ่ง รอบนี้จึงขอแรงสนับสนุนจากพ่อแม่พี่น้องชาวพะเยา พร้อมย้ำว่า การลงคะแนนในคูหาเป็นความลับ ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ หากเห็นว่าพะเยาควรเปลี่ยนแปลง อยากเห็นสิ่งใหม่ และต้องการตัวแทนที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน ก็ขอให้ตัดสินใจกาลงคะแนน “สองบัตร สองใบ โดยไม่ต้องลังเล”

จากนั้น น.ส.อัมพัน บุญปลอด อายุ 27 ปี ไรเดอร์สาว ได้เข้ามาขอถ่ายภาพร่วมกับ น.ส.รัชนก พร้อมระบุว่าดีใจที่ได้พบ และวันนี้เป็นวันเกิดของตนเอง จึงขอให้ของขวัญกับตัวเองด้วยการขอให้พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง

น.ส.รัชนก กล่าวขอบคุณและอวยพรขอให้เป็นวันที่ดี และขอให้น้องพบเจอแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต ก่อนเดินขึ้นศาล โดยระหว่างทางมีผู้สอบถามว่า วันนี้มาพะเยารู้สึกกลัวหรือไม่ ซึ่ง น.ส.รัชนก ตอบกลับพร้อมหัวเราะว่า “กลัวถูกกระทืบ” ก่อนเดินขึ้นบันไดศาล

ด้าน นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจกับการถูกฟ้องร้อง พร้อมระบุว่า การวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองควรเป็นสิ่งที่ทำได้ในสังคมประชาธิปไตย และไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเหตุในการฟ้องร้องดำเนินคดี อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่า หากจะมีการฟ้องร้อง ผู้ที่ควรถูกฟ้องอาจไม่ใช่ตนเอง เนื่องจากมีบุคคลอื่นเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ก่อน

นายรังสิมันต์ ระบุด้วยว่า การฟ้องคดีในลักษณะนี้เป็นการสิ้นเปลืองเวลาในกระบวนการยุติธรรม และมองว่าเป็นการฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งหรือเพื่อหยุดยั้งการตรวจสอบทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่ถอย และจะเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองอย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องเปิดให้ตรวจสอบได้ในทุกมิติ