สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ประกาศการบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันอย่างเป็นทางการ ที่กรุงนิวเดลี โดยข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นเกราะป้องกันความท้าทาย จากสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐและจีน


ขณะเดียวกัน โมดีกล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม สิ่งทอ อัญมณี เครื่องหนัง และภาคบริการของอินเดีย พร้อมทั้งดึงดูดเทคโนโลยีและการลงทุนเพื่อสร้างงานนับล้านตำแหน่ง และเรียกข้อตกลงดังกล่าวว่า “สุดยอดแห่งข้อตกลงการค้าทั้งปวง” เนื่องจากใช้เวลาเจรจานานถึง 2 ทศวรรษ และจะสร้างประโยชน์ให้กับประชากรทั้งสองฝ่าย รวมมากกว่า 2,000 ล้านคน


ด้านนางอัวร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารกล่าวว่า “ยุโรปและอินเดียกำลังร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์” ข้อตกลงดังกล่าว คือทางเลือกที่ชัดเจนของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ท่ามกลางโลกที่กำลังแตกแยก เพื่อแสดงให้เห็นว่า ยังมีหนทางอื่นที่เป็นไปได้ นอกเหนือจากการพึ่งพาเพียงสหรัฐหรือจีนเท่านั้น


ทั้งนี้ การลดภาษีขนานใหญ่รวมถึง ยานยนต์ ซึ่งอัตราภาษีจะลดลงจากระดับสูงสุดที่ 110% เหลือเพียง 10% ส่วนภาษีไวน์จะลดลงจาก 150% เหลือเพียง 20% ขณะที่ภาษีอาหารแปรรูป อาทิ พาสต้า และช็อกโกแลต จากที่เคยต้องเสียภาษีในอัตรา 50% จะได้รับการยกเลิกอัตราภาษีทั้งหมด


รายงานของอียูระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดหรือยกเลิกภาษีศุลกากรสินค้าส่งออกของยุโรปเกือบ 97% ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าภาษีได้มากถึง 4,000 ล้านยูโรต่อปี (ราว 51,664.20 ล้านบาท)


นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเตรียมบรรลุข้อตกลงอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายนักศึกษา นักวิจัย และแรงงานทักษะสูง รวมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ เพื่อลดการพึ่งพายุทโธปกรณ์จากรัสเซีย และลดการพึ่งพาทางทหารจากสหรัฐในอนาคต.

เครดิตภาพ : AFP