สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการเตรียมขึ้นภาษีเกาหลีใต้อีก 10% จาก 15% เป็น 25% เนื่องจากไม่พอใจกับ “ความล่าช้า” ที่สภาแห่งชาติของเกาหลีใต้ยังไม่ให้สัตยาบันกับข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหรัฐ ทั้งที่เห็นชอบร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว ว่า “จะตกลงกันได้”
Donald Trump’s latest tariff threat to South Korea marked the culmination of broader tensions in the trade relationship between Washington and Seoul https://t.co/oVTwz9g3JQ
— Bloomberg (@business) January 27, 2026
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบขาวกล่าวว่า ความไม่พอใจส่วนหนึ่งของทรัมป์ น่าจะมาจากการที่เกาหลีใต้ออกกฎหมายควบคุมบริการดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีผลเมื่อช่วงปลายปี 2568 ซึ่งสหรัฐมองว่า เป็นการเลือกปฏิบัติและขัดขวางบริษัทอเมริกัน โดยเฉพาะการตรวจสอบบริษัท “คูปัง” แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ซึ่งจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กด้วย
Exclusive: The Trump administration is warning South Korea not to target tech companies with discriminatory regulations and investigations https://t.co/tOpuV6SNg7
— The Wall Street Journal (@WSJ) January 27, 2026
ด้านนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐขาดดุลการค้ากับเกาหลีใต้พุ่งสูงถึง 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.01 ล้านล้านบาท) ในสมัยรัฐบาลชุดก่อน ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน “ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และต้องเปลี่ยนแปลง”
นอกจากนี้ การที่เกาหลีใต้ยังไม่สามารถผ่านกฎหมายเพื่อดำเนินการลงทุนตามที่สัญญาไว้ 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10.86 ล้านล้านบาท) “จึงเป็นเรื่องยากที่สหรัฐจะรักษาข้อเสนอไว้”
อย่างไรก็ตาม นายกู ยอน-ชอล รมว.คลังเกาหลีใต้ ยืนยันว่า รัฐบาลพยายามจะดำเนินโครงการลงทุนให้เร็วที่สุด แต่ยอมรับว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงกังวลกับความไม่แน่นอนจากคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ เรื่องภาษีของทรัมป์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด รวมถึงค่าเงินวอนที่อ่อนค่า.
เครดิตภาพ : AFP



