พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เปิดเผยว่า ในปี 68 ที่ผ่านมา เอ็นที ยังมีผลประกอบการกำไรที่ 1,900 ล้านบาท จากรายได้รวมกว่า 55,000 ล้านบาท แม้ว่า ไม่มีรายได้หมื่นล้านจากการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ 2 ค่ายมือถือ คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)แล้ว โดยกำไรมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนเดิมและการบริหารจัดการระบบหลังบ้าน ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงไม่ได้มีปัจจัยที่คาดไม่ถึงทำให้ต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้น เช่น คดีความต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาหากเอ็นทีแพ้คดีก็จะมีผลในการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทด้วย
สำหรับปี 69 ยอมรับว่าเป็นปีที่ยากลำบาก โดยคาดการณ์ตัวเลขขาดทุนตามแผนประมาณ 5,000 – 6,000 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสองส่วน คือการไม่มีรายได้จากพันธมิตรโทรศัพท์มือถือ และค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จากโครงการเกษียณก่อนกำหนด เพื่อปรับลดจำนวนบุคลากร โดยในปี 69 นี้ ได้เตรียมงบลงทุนไว้ 4,900 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ 30% เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานฟิกซ์ โมบายล์ และ บรอดแบนด์ ซึ่งจากนี้จะกลายเป็นรายได้หลักแทนโมบายล์ เพราะ ยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิมได้ แม้จะมีลูกค้ารายใหม่เข้าและออกหลักแสนราย แต่มีข้อได้เปรียบในเชิงของค่าบริการที่มีตัวเลือกในราคาถูกกว่าคู่แข่งเอกชนในตลาด
พ.อ.สรรพชัยย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของธุรกิจดาวเทียมวงโคจรต่ำ (ลีโอ) มีเอกชนสนใจเข้ามาเจรจาไม่ต่ำกว่า 5 ราย และคาดว่าจะมีพันธมิตรใหม่เข้ามาติดตั้ง เกตเวย์ เพิ่มเติมอีก 2-3 ราย ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งธุรกิจนี้จะเน้นไปที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น พื้นที่ห่างไกล ชายฝั่ง และการใช้ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (ไอโอที) เพื่อป้องกันไฟป่า ซึ่งมีต้นทุนต่ำเพียงหลักหน่วยบาทต่อไร่ต่อปี นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับ “อธิปไตยของข้อมูล” โดยพยายามผลักดันให้การประมวลผลข้อมูลภาครัฐเกิดขึ้นภายในประเทศ เพื่อความมั่นคงท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยคาดหวังว่ากลุ่มธุรกิจดิจิทัลจะขยายตัวต่อเนื่องจากปี 68 โดยมุ่งเน้นบริการคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และดิจิทัลโซลูชัน โดยมีโครงการสำคัญประกอบด้วย คลาวด์กลาง ช่วยประหยัดงบประมาณรัฐได้แล้วกว่า 5,000 ล้านบาท โซลูชัน อี ออฟฟิค มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล ไร้กระดาษ ปัจจุบันมี อปท. ใช้งานแล้วกว่า 4,152 หน่วยงาน และลูกค้าองค์กรภาครัฐอีก 110 หน่วยงาน
“ทิศทางนับจากนี้ เอ็นที จะวางบทบาทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่เป็นกลาง หรือ Neutral Infrastructure Provider โดยคาดการณ์ผลประกอบการว่าอาจจะมีตัวเลขติดลบประมาณ 2 ปี คือปี 69 นี้และปีหน้า แต่ด้วยการเพิ่มรายได้ใหม่ๆและการปรับลดบุคลากร เชื่อมั่นว่าจะสามารถรีเทิร์นกลับมามีกำไรได้ภายในปี 71”



